ไพโรจน์ สังวริบุตร หย่า

“ไพโรจน์” เปิดใจ ห้ามเมียเก่าเข้าบ้าน ศาลชี้ขาดแบ่งสมบัติชัด ลูกครวญถูกขู่แจ้งจับ

“ไพโรจน์” เปิดใจ จากกรณีที่ นายรวิกร สังวริบุตร หรือ พีค อายุ 22 ปี ลูกชายของอดีตพระเอก ผู้กำกับละคร และภาพยนตร์ชื่อดัง ไพโรจน์ สังวริบุตร ออกมาเปิดเผยกับสื่อฯ

ไพโรจน์” เปิดใจ  กรณีที่ พ่อทำเรื่องถอนชื่อคุณแม่ คือ น.ส.กชวัณณ์ ปิ่นจุฑานนท์ ซึ่งได้หย่าขาดกันตั้งแต่เกือบ 10 ปีก่อน ออกจากทะเบียนบ้าน ที่ ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจบุรี

วันที่ 14 ธ.ค. 61 นายไพโรจน์ สังวริบุตร อดีตพระเอก และผู้กำกับชื่อดัง กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ความเห็นเรื่องที่ลูกออกมาพูด เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ ตนไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะลูกชายไม่เข้าใจ หรือคงเข้าใจผิดเรื่องฎหมาย ตนและภรรยาเก่าหย่าขาดกันมานาน

โดยคำสั่งศาลตัดสินให้จบเรื่องราว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 มีคำพิพากษาชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สิน ซึ่งเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน กฎหมายให้มีเจ้าบ้านเพื่อรับผิดชอบบ้าน ชื่อของภรรยาเก่ามีอยู่ในทะเบียนบ้านตั้งแต่ก่อนจะหย่ากัน เรื่องหลังจากนั้นลูกชายอาจไม่เข้าใจ ตนก็สงสารลูก

ทั้งนี้ ตนไม่อยากสังคมมองลูกชายในด้านลบ เอาเป็นว่าลูกชายออกมาพูดว่าอะไร และการที่ตนต่อสู้กับอดีตภรรยาในศาล ตอนนั้นลูกชายยังเด็ก สิ่งที่ตนพูดหรือลูกชายพูด คงไม่มีประโยชน์ให้ดูคำพิพากษาของศาลดีกว่า

ส่วนในเรื่องของการขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับหากลูกชายเข้ามาในบ้าน และมีแชตไลน์เป็นหลักฐาน ตนมองว่าต้องพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้น เพราะตนมีครอบครัวใหม่ ถ้าเป็นคุณ คุณจะให้ภรรยาเก่าเข้ามาในบ้านหรือไม่ ตนบอกตั้งแต่เริ่มแรกว่าตนไม่อนุญาตให้เข้า เพราะทุกครั้งที่ภรรยาเก่ามาบ้าน ภรรยาเก่าก็พาลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตนก็ได้บอกกับลูกว่า “ถ้าแม่มาด้วย พ่อไม่อนุญาต”

อย่างไรก็ตาม นักเลงคีย์บอร์ดคงจะสนุกที่ได้แสดงความเห็น อย่างบ้านที่นำไปทำสถานปฏิบัติธรรม ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ตนไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสีย แต่นักเลงคีย์บอร์ดก็เขียนว่า เอาบ้านไปซ่องล่ะสิ ตนก็อยากจะบอกว่า อยากพิมพ์สนุก ก็พิมพ์ไป ไม่ถือสา

ด้าน นายรวิกร สังวริบุตร หรือ พีท ลูกชายของนายไพโรจน์ เปิดเผยว่า หลังเป็นข่าว ตนเองไม่ได้ตั้งใจจะออกมาโจมตีหรือทำให้พ่อเสื่อมเสียชื่อเสียง เพียงต้องการขอความเห็นใจจากพ่อเท่านั้น เรื่องการนำชื่อแม่ออกจากทะเบียนบ้าน ตนต้องการให้พ่อนำชื่อแม่กลับไปเป็นชื่อเจ้าบ้านเช่นเดิม และตนไม่ได้หวังให้ที่ดินนี้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ตนเองเห็นที่ดินผืนนี้มาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกคือเป็นของครอบครัว ตนและแม่ก็แวะเวียนไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่อง ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ตนและแม่ถูกห้ามเข้าบ้าน ทำให้ตนไม่ได้รับการติดต่อจากพ่ออีก ยอมรับว่าพ่อขู่แจ้งจับจริง

จนถึงวันนี้ ตนก็ไม่ทราบว่าเหตุผลที่พ่อคัดชื่อแม่ตนออกเพราะอะไร เพียงทราบว่าต้องการนำบ้านหลังนี้ไปทำสถานปฏิบัติธรรม ที่เป็นความต้องการของภรรยาใหม่ของพ่อ ทั้งนี้ ที่ตนออกมาให้ข่าว เพียงขอความเห็นใจเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนเองยังรักพ่อเสมอ ตนไม่ใช่ลูกที่ออกมาต่อว่าพ่อ ทั้งลับหลังและต่อหน้า และการออกมาให้ข้อมูล ตนไม่ได้ถูกใครบังคับทั้งสิ้น ส่วนตอนนี้ แม่ตนอยู่ระหว่างการดำเนินการที่อำเภอ ให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับการคัดชื่อออกว่าทำถูกต้องหรือไม่ และไม่ได้หวังแจ้งความ ส่วนตัวของแม่ก็ยังคงช็อกอยู่

“ไพโรจน์”

“ไพโรจน์”

“ไพโรจน์”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com