ข่าวดารา

เป๊ก เปรมณัช เท้าบวมจนแทบเดินไม่ได้ ตั้งตัวไม่ทันอาการเสี่ยงเป็นโรคเก๊าท์

เป๊ก เปรมณัช ทำเอาแฟนคลับตกอกตกใจกันยกใหญ่ เมื่อพิธีกรหนุ่ม เป๊ก-เปรมณัช ได้โพสต์ภาพตัวเองนั่งรถเข็นอยู่ในโรงพยาบาล

เป๊ก เปรมณัช ได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ตนเองก็ตกใจเหมือนกันที่วันแรกเห็นว่าเท้าบวม แต่ก็ยังฝืนไม่ไปหาหมอ เพราะคิดว่าคงไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แต่พอปล่อยเวลาให้ผ่านไปอาการไม่ดีขึ้น และได้เจอกับเพื่อนพ่อที่เป็นหมอ บอกเสี่ยงที่จะเป็นโรคเก๊าท์ ตอนนี้ตนต้องดูแลตัวเองมากขึ้น เนื่องจากไม่อยากให้ตัวเองและภรรยาสาว นิว นภัสสร ต้องมาลำบากคอยดูแลไปด้วย

เห็นว่าเป็นเก๊าท์ใช่ไหม ?
“ใครบอก (หัวเราะ) ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆ เท้ามันก็บวมขึ้นมา จากที่เราไปออกกำลังกายกลับมาเราคิดว่าได้ไปเตะอะไรมาหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้เตะอะไร จนวันต่อมาได้ไปดูคอนเสิร์ต BLACKPINK เห็นอาการที่บวมขึ้นมา ต้องเดินกะเผลกๆ พอไปหาหมอกายภาพบำบัดซึ่งปกติหากได้อัลตราซาวด์หรือใช้คลื่นเสียงแล้วมันก็น่าจะบรรเทาลง แต่อีกวันก็ยังไม่บรรเทาลง ก็เริ่มรู้สึกแปลกใจว่าตัวเองเป็นอะไร และมันก็บวมขึ้นมาเรื่อยๆ มีอาการร้อนและแดงขึ้น เหมือนเป็นโรคเท้าช้างเลย ถ้าใครเคยเป็นอะไรที่เท้า ไม่ว่าจะเป็นนิ้วซ้นหรือเล็บขบ จะรู้ว่ามันปวดมากจนเดินไม่ได้ แต่อันนี้มันเป็นอาการอีกแบบที่บวมเป่ง ยกเท้าก็ปวด วางเท้าก็ปวด เดินไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่กับที่ มีวันหนึ่งที่เราพยายามฝืนไปงานแต่งตอนเย็น ได้เจอเพื่อนพ่อที่เป็นหมออยู่ 3 คน เขาก็บอกตรงกันว่า เป็นเก๊าท์แน่เลยลูก (หัวเราะ) ผมก็ตกใจ ว่าเราเป็นเก๊าท์เหรอเนี่ย”

“หลายคนจะบอกว่ามันเป็นโรคคนแก่ แต่คุณหมอบอกอายุ 30 เขาก็เป็นแล้ว มันเกี่ยวกับเรื่องของกรรมพันธุ์ด้วย เกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินด้วย ถ้าเรากินไก่หรือสัตว์ปีกเยอะๆ ไม่ดูแลตัวเอง กินยอดผัก คือทุกอย่างมีผลหมด ทำให้กรดยูริคขึ้น พออักเสบเข้าข้อก็จะบวมขึ้นมา แต่ด้วยความที่ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงพักผ่อนน้อย ก่อนหน้าก็ได้ไปเที่ยวกับนิวแล้วสั่งหอยนางรมมา ซึ่งมียอดกระถินที่เขาห้ามกินยอดผัก นิวไม่มาแย่งผมกิน ผมก็เลยกินคนเดียวหมดเลย (หัวเราะ) พอเรากินอาหารในช่วงที่อักเสบมันก็เลยเข้าไปพอดี กรดยูริคก็สูงขึ้น จริงๆ ต้องตรวจเลือด แต่พอเช็กประวัติประมาณ 2 ปีที่แล้วขึ้นมา มีแถบสีแดงว่ากรดยูริคสูง ตอนนี้ก็กินยาดูว่าจะลดกรดลงได้ไหม”

สรุปคือคุณหมอยังไม่ฟันธงว่าเป็นเก๊าท์ ต้องรอดูอาการอีกทีใช่ไหม ?
“ใช่ครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีการตรวจเลือดเพราะต้องตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว ซึ่งทางบ้านผมจะมีคุณพ่อที่กรดยูริคสูงเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็น ขนาดคุณพ่อยังไม่เป็นอะ แต่นี่เป็นแซงพ่อ ก็งงเหมือนกัน เราเลยคิดว่าเราใช้ร่างกายคุ้มเกินไปหรือเปล่า ทำให้พักผ่อนน้อย อาจจะเพราะการกินด้วย ตอนนี้ก็ต้องพิจารณาและมองตัวเองใหม่แล้วว่าเราต้องดูแลตัวเองมากขึ้นนะ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเป็นปัญหากับตัวเรารวมไปถึงคนรอบข้างด้วย ฉะนั้นอย่าทำให้ตัวเราเป็นภาระเลย”

เป๊ก เปรมณัช

คุณหมอบอกวิธีการรักษายังไงบ้าง ?
“ลดอะไรก็ตามที่ส่งผลต่อกรดยูริคสูงขึ้น และกินยาแก้เก๊าท์ พอมาฟังแล้วว่าถ้าเรากินยาแก้อักเสบ มันก็จะแก้กล้ามเนื้ออักเสบได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ากินยาแก้เก๊าท์ก็จะไปสลายกดยูริคในข้อได้”

วันนั้นที่นั่งรถเข็น คือถึงกับเดินไม่ไหวเลยใช่ไหม ?
“คือตื่นเช้ามาก็เดินไม่ได้แล้ว เราไม่รู้จริงๆ ว่ามันเป็นหรือเปล่านะ แต่มันนอนไม่ได้ ตื่นเช้ามาเลือดมันคั่ง แค่เราจะเหยียบพื้นก็ไม่ได้แล้ว ต้องกัดฟันและลากไปจนถึงห้องน้ำ ทำให้รู้ว่ามันใช้ชีวิตลำบากนะ ต้องแคนเซิลงานไป 2 งานแล้ว วันนี้ถือว่าเป็นการทำงานวันแรกที่รู้สึกว่าโอเคขึ้น”

มีเตรียมใจไว้ไหม หากผลออกมาว่าเป็นเก๊าท์จริงๆ ?
“เฉยๆ เลย อย่างที่คุณหมอบอกว่าเก๊าท์ไม่ได้น่ากลัว คนที่คิดว่าเก๊าท์เป็นแล้วไม่หาย ไม่จริงมั้ง แค่เราลดอาหารพวกนั้นไป มันก็บรรเทาทำให้กรดยูริคลดลงได้ และที่เขาบอกว่าถ้าใครรู้ว่าจะเป็นหรือบวมก็ให้กินยาดักไว้ก่อนประมาณ 4-5 วัน เดี๋ยวมันก็จะหายไป แต่พอมันเป็นแล้วคิดว่า 4-5 วัน เดี๋ยวเราก็คงหายด้วยสุขภาพของเราด้วย แต่ปรากฏมันไม่หาย ตอนแรกกะว่าจะหายให้ทันเตะบอลกับทีมหมูป่ากับเพื่อนๆ แต่ดันมาเป็นช่วงนี้ก็เซ็งเหมือนกัน ก็พยายามจะให้หายทัน อยู่บ้าน ไม่กินอะไรทั้งนั้น อยู่ให้ขานิ่งที่สุด แต่ก็ยังหายไม่ทัน แสดงว่ามันไม่ได้มีกำหนดการของมันว่ากินยาแล้วจะหายกี่วัน”

ช่วงนี้ยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติไหม ?
“ผมว่ามันไม่ได้วุ่นวายขนาดนั้น ออกกำลังกายทุกอย่างได้เหมือนเดิม แค่ตรงข้อที่มันอักเสบ มันลดบวมหายไป กรดยูริคมันสลายหายไป ก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม คาดว่านะ เพราะเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ก็ตกใจว่าถ้าหายจะเป็นยังไง มันก็ทำให้เราได้รู้จักมันเลย”

นิวว่ายังไงบ้าง พอเห็นเท้าเราบวม ?
“เขาก็ตกใจ และถามว่าเป็นอะไร เป็นห่วงมาก ดูแลทุกอย่าง มันเลยทำให้รู้ว่าถ้าเราทำตัวเป็นภาระ เราก็จะสงสารคนรอบข้างนะ และสงสารตัวเราด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

แอน ทองประสม อยากฟังคำหวานๆ จาก เอ ทินพันธ์ บ้าง คำว่าสวยยังไม่เคยได้ยิน

แอน ทองประสม ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักคนดังที่แฟนๆ ต่างก็รอลุ้นที่จะฟังข่าวดี สำหรับคู่ของ แอน-ทองประสม และ เอ-ทินพันธ์ ตันตินิรันดร์

แอน ทองประสม นอกจากจะเป็นคู่รักที่มีเคมีเข้ากันแบบสุดๆ แล้ว หลายๆ โมเมนต์ที่ทั้งคู่หยอกล้อเล่นกันในโลกโซเชียล ก็ยังมุ้งมิ้งดีต่อใจสำหรับใครหลายคนอีกด้วย

แต่ทว่าล่าสุดทางด้านของนางเอกสาวชื่อดัง แอน กลับออกมาเปิดเผยว่า จริงๆ แล้วเธออยากจะให้ เอ ทินพันธ์ เอ่ยคำพูดหวานๆ ให้ได้ยินบ้าง เพราะปกติอีกฝ่ายมักจะแกล้งติให้ต้องรู้สึกไม่ดีตลอด ส่วนทางด้านภาพถ่ายสุดประทับใจที่แฟนๆ นำมาแชร์ต่อกันในโลกโซเชียล เกี่ยวกับมิตรภาพอันยาวนานระหว่างเธอและ นัท มีเรีย นั้น แอน  ก็ได้เผยให้เราฟังว่า

ภาพพี่แอนพี่นัทที่หลายคนพูดถึง ?
“แอนกับนัทเรารู้จักกันมาตั้งแต่อายุ 13-14 ปี เราเป็นทั้งเพื่อนสนิท เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้ช่วงหลังเราสองคนจะแยกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็ยังเหมือนเดิม และในฐานะที่เราเป็นเพื่อน เราก็จะดูแลกันต่อไป เราอยากให้กำลังใจเพื่อนเรา”

“ถามว่ากำลังใจของนัทตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เอ่อ…นัทเขาเข้มแข็งมากนะ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาก็ดูแลคุณแม่ของเขาดีที่สุดทุกวัน เขาทำหน้าที่ของคนเป็นลูกได้ดีมากๆ ซึ่งเราก็เห็นถึงความปล่อยวางของเขา เราคิดว่าเพื่อนคงเสียใจแต่ตั้งรับได้”

อะไรคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวมิตรภาพของเราสองคนได้นานขนาดนี้ ?
“เราสองคนงอนกันตีกันทุกรูปแบบตอนเด็กๆ พอโตขึ้นมาเราก็เถียงกันน้อยลง ความรู้สึกมันเหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่า เราไม่ได้คาดหวังอะไรจากมิตรภาพที่มีให้กัน เราเติมเต็มให้กัน ถึงแม้จะทะเลาะกันบ้างแต่เราก็ให้อภัยกัน คนเรามีวูบวาบได้เสมอ เราผิดเขาผิด แต่สุดท้ายเราจะสามารถเดินจับมือกันต่อไปได้ ถ้าหากเรารักกันมากพอ”

ส่วนตัวเราเองยังมีอะไรที่ห่วงเพื่อนคนนี้อีกไหม ?
“ไม่ห่วงแล้ว แอนน่าห่วงกว่า (ยิ้ม) คือเขาก็แต่งงานมีครอบครัวของเขาแล้ว เขามีอั้มเข้ามาช่วยดูแล มีครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวนัทเป็นครอบใหญ่ ส่วนครอบครัวแอนเป็นครอบครัวเล็กๆ อยู่กันแบบเล็กๆ แอนเชื่อว่าเขาสบายมากค่ะ”

แอน ทองประสม

เราบอกว่าพี่นัทไม่มีอะไรต้องห่วง แล้วตัวเราเองล่ะ ปีใหม่แล้วจะมีข่าวดีหรือเปล่า ?
“นั่นน่ะสิ (หัวเราะ) ก็ไม่รู้เลย ไม่ได้คุยกันเลย คบกันไปแบบนี้เรื่อยๆ ก่อน อาจจะไม่เหมือนคู่อื่น มันชัดเจนนะแค่ยังไม่ได้แต่งงาน”

สถานะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ใช้คำว่าหวานขึ้นได้ไหม ?
“ไม่นะ คือเราเหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้วมากกว่า จะให้เรามาดูแลเทคแคร์สวีทหวานเป็นวัยรุ่นก็คงไม่ใช่ แถมสไตล์แอนก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นอยู่แล้วด้วย”

แต่แฟนๆ ก็ชอบนะดูมีความน่ารักเวลาที่เราสองคนแกล้งกัน ?
“เขาชอบแกล้งแอน ชมไม่เป็นหรอก ชอบติมากกว่า บางทีเราก็บอกพูดสิ่งดีๆ ให้ได้ยินบ้างได้ไหม แอนมีดีบ้างหรือเปล่า ฟังแล้วเหมือนแอนไม่มีดีเลย ไปหาผู้หญิงอื่นไป ไปเอาคนอื่นเลยไป (หัวเราะ) เขาก็ขำๆ คือเขาไม่เคยชมแอนว่าสวย ไม่เคยชมแอนว่าเก่งเลย แต่ถามว่างอนไหม จริงๆ ก็ไม่งอนนะ รำคาญมากกว่า เขาชอบติ นั่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่ดีไปซะหมด ไม่ดีสักอย่างคบฉันทำไม (หัวเราะ)”

เขาอาจจะเก็บไว้ชมเราวันแต่งงาน ?
“โอ้โห…ตอนนั้นคงหูตึงแล้ว ไม่ได้ยินแล้ว (หัวเราะ)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

ฐิสา ริฏฐิสา ตกใจ! ปั้นจั่น ประกาศจีบ กล้าๆหน่อยตอนนี้ยังไม่เห็นโผล่มา

ฐิสา ริฏฐิสา หลังพระเอกมาดเข้ม ปั้นจั่น–ปรมะ อิ่มอโนทัย ประกาศชัดว่าสถานะตอนนี้โสดสนิท และยอมรับว่าชื่นชอบนางเอกสาวขาวโอโม่ ฐิสา–วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร

ฐิสา ริฏฐิสา คนนี้แหละตรงสเปกเลย พร้อมที่จะเดินหน้าจีบ ล่าสุดเจอสาว ฐิสา มาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ “7 สี คิดดี คิดส์ เดย์” ที่ลานไนน์สแควร์ และลานเวสต์วิลเลจ ชั้น1 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9 เลยถามถึงความสัมพันธ์กับหนุ่ม ปั้นจั่น ว่า

ถ้าเค้าเดินหน้าจีบขึ้นมาจะเปิดโอกาสให้เค้ามั้ย?

ฐิสา กล่าวยิ้มๆว่า “จริงๆกับพี่ปั้นจั่น หนูยังไม่ได้เจอเค้าหรือพูดคุยกันจริงๆเลย ที่เจอและมีรูปคู่กัน คือมันแค่บังเอิญเจอกันจริงๆค่ะ และถ้าเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน หนูก็จะไม่ค่อยกล้าคุย”

ฐิสาเขินรึเปล่า?

“ไม่ใช่ว่าเขินหรอกค่ะ แต่คือว่าเราไม่รู้จักไงคะ ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเค้า ซึ่งก็เป็นกับทุกคนน่ะค่ะ”

ปั้นจั่นอยากให้เราเปิดโอกาสให้เค้าบ้าง?

“ก็ยังไม่เคยเจอ หรือยังไม่เคยเจอกันแบบที่ไม่ได้บังเอิญเจอ เลยยังไม่ได้คุยและยังไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

ทราบข่าวที่เค้าให้สัมภาษณ์ถึงเราว่าเค้าอยาก จีบเราบ้างมั้ย?

“ไลน์ถล่มมาก และตกใจมาก พอข่าวออกมาทุกคนก็ไลน์มาถามกันเยอะมาก เป็นเรื่องตลกดี เราก็บอกทุกคนว่าใจเย็นๆก่อน ยังไม่มีอะไรเลย พอมีข่าวออกไปทุกคนก็ตื่นตกใจ ซึ่งจริงๆแล้ว ยังไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

มีคนยุให้คบกันมั้ย?

“ก็มีทั้งสองเสียงค่ะ มีทั้งยุและเบรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ”

ตอนนี้เราก็ยังไม่เปิดโอกาสให้เค้า?

“ไม่อยากใช้คำว่าเปิดหรือปิดค่ะ เพราะว่าเรายังไม่เคยเจอ หรือรู้จักกันจริงๆ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับพี่เขานะคะ หมายถึงคนอื่นๆด้วย ถ้าเข้ามาคุยกับหนูเลย หนูอาจจะไม่คุยด้วย เพราะหนูค่อนข้างระวังนิดนึงค่ะ”

นอกจากปั้นจั่นแล้ว มีหนุ่มคนอื่นๆเข้ามาคุยกับเราบ้างมั้ย?

“ตอนนี้ก็ยังนะคะ”

เป็นเพราะมีข่าวกับปั้นจั่นรึเปล่าหนุ่มอื่นเลยถอย?

“อาจจะไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ทุกคนอาจจะเริ่มกลัวว่าหนูคงไม่ยอมคุยด้วยแล้ว”

เราปิดตัวเองมั้ย?

“ไม่ได้ปิดนะคะแต่เราเป็นผู้หญิงอาจจะต้องระวังตัวและต้องคิดเยอะ อายุก็เริ่มเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่าเราต้องดูแบบจริงจัง ค่อยๆดู ไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด”

กลัวคนมองว่าหยิ่งมั้ย?

“หนูไม่หยิ่งเลยค่ะ”

ผู้ชายแบบไหนที่เราจะยอมเปิดใจคุยด้วย?

“จริงๆ ไม่มีสเปกนะคะ แค่เราคุยแล้วสบายใจ ก็จะรู้สึกว่าค่อยๆคุยไปเรื่อยๆน่าจะโอเคกว่า แต่ถ้าเข้ามาแบบตื่นตกใจหรือจู่โจมเลยเนี่ย หนูก็อาจจะตกใจ ใจเย็นๆกันนะคะ”.

ฐิสา ริฏฐิสา

ทำเอาหลายคนแปลกใจที่ นักแสดงหนุ่ม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย ประกาศตัวว่าโสดแล้ว หลังคบหากับแฟนสาวนอกวงการมานาน พร้อมกับมีข่าวว่าตามจีบนางเอกสาวต่างค่าย ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร อยู่ คนเลยยิ่งสงสัยและคาดเดาว่า นางเอกสาวอาจจะเป็นมือที่สามหรือเปล่า มีโอกาสเจอหนุ่มปั้นจั่น เลยให้เจ้าตัวชี้แจง

ประกาศว่าโสดแล้ว
“ที่จริงโสดมาตั้งแต่งานอีเว้นต์ก่อนที่ได้เจอพวกพี่ 4 เดือนกว่าแล้ว แต่ว่ารอบนั้นไม่ได้มีใครถาม ถ้าไม่ถาม แล้วจะให้มาบอกว่าผมโสดแล้วนะ มันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ต้องอัปเดต ตอนนี้บอกเลยว่าก็โสดแล้ว เป็นเพื่อนกัน ก็ยังทักทายส่งกำลังใจให้กันอยู่ครับ ส่วนเรื่องสาเหตุขอเป็นเรื่องส่วนตัว เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว พอเราเป็นเพื่อนกันแล้วมันก็ยังดูแลและเจอกันได้ ผมว่าปัญหาเป็นเรื่องของเวลาด้วยและเรื่องของความไม่เข้าใจกันด้วย ถามว่าเสียดายเวลามั้ย ผมว่าทุกครั้งที่เราเริ่มมีความรัก มันก็คาดหวัง จะช้าจะเร็วมันเสียดายหมดแหละ”

มีข่าวกับ ฐิสา-วริฏฐิสา คนเลยตีความว่าเป็นมือที่สาม
“ผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก ฐิสาเป็นนักแสดงที่ไม่มีข่าวเสียหายเลย ผมเองก็ไม่อยากไปเป็นส่วนหนึ่งให้เขาด่างพร้อย ผมก็กลัวในจุดนี้ วันนั้นผมเจอน้องจริงๆ แล้วผมก็ขอถ่ายรูปแล้วก็โพสต์ ปกติผมเจอนักแสดงผู้หญิงเยอะ แต่ผมไม่ได้ลง ผมปลื้ม”

ยอมรับเลยว่าปลื้มเขา
“ยอมรับครับ (หัวเราะเขิน)”

จีบเขามั้ย “เขาเป็นผู้หญิงในสเปกที่ผมชอบ”

เกิดขึ้นหลังจากที่เราเลิกกับแฟนแล้วใช่มั้ย
“ใช่ครับๆ มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นครับ ถ้าถามว่าจีบฐิสามั้ย บอกได้เต็มปากว่ายังไม่ได้จีบ เพราะว่าจีบไม่ได้ เพราะว่ายังไม่ได้บอกกับพี่ๆว่าผมโสดแล้ว จากนี้ก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเข้าทางไหนดี”

หลังจากนี้เดินหน้าจีบเต็มที่
“ยังไม่ได้ถึงขนาดนั้น ถ้ามีจังหวะ ถามว่ามีไลน์คุยกันมั้ย ผมไม่ได้คุยเลย ไม่มีไลน์ครับ ไลก์รูปอย่างเดียว ไม่กล้าขอจากใครครับ ถ้าขอก็ต้องขอจากน้องเอง”

ถ้าจะจีบ จะจีบด้วยตัวของเราเอง
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นครับ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องนี้ เวลาผมรู้สึก ผมก็แสดงออก แต่คำถามนี้ตอบยาก ตอบเพื่อไม่ให้เราโดนด่า แล้วน้องโดนว่า เรื่องพวกนี้มันก็เซ้นสิทีฟ ผมก็พยายามจะระวังให้มากที่สุดและชัดเจนให้มากที่สุด”

เปิดใจกับความรักครั้งใหม่แล้ว
“ความรักมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น เมื่อตอนนี้เราโสด อยู่คนเดียว มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเริ่มใหม่ ก็ต้องเรียนรู้กันไปก่อน มันจะไปถึงขั้นนั้นหรือเปล่า เราก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน เวลาเราพูดเราก็ต้องระวัง เพราะมีแฟนๆคอยจับตามองอยู่”

รู้ใช่ไหมว่าน้องเขาก็โสด “ผมทราบครับว่าน้องโสด ผมก็ดูข่าว ได้ดูที่เขาสัมภาษณ์ น้องบอกว่าไม่ได้ปิดโอกาสใช่มั้ย ก็หวังว่าน้องจะไม่ปิดโอกาสพี่ครับ(ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

แอฟ ทักษอร ปมดราม่าวันเกิด ปีใหม่ บอกชวน สงกรานต์ แล้วแต่เขาไม่สะดวกมา

แอฟ ทักษอร กลายเป็นดราม่าไปซะแล้ว! เมื่อวันเกิด น้องปีใหม่ ลูกสาวสุดที่รักของ แอฟ  กับอดีตสามี สงกรานต์

แอฟ ทักษอร  กลับไร้เงา สงกรานต์ มาร่วมงาน จึงทำให้ชาวเน็ตเข้าไปคอนเมนต์ดราม่าในอินสตาแกรมว่าทำไมไม่ไปงานวันเกิดลูกสาว

ล่าสุดงาน คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์ ซึ่ง แอฟ ทักษอร ได้มาร่วมงานกับ น้องปีใหม่ ที่มาเป็นนางแบบตัวน้อย สื่อจีงไม่พลาดที่จะถามถึงเรื่องราวประเด็นดราม่าดังกล่าว ซึ่ง แอฟ บอกว่าชวนอีกฝ่ายแล้วแต่เขาไม่สะดวก

มีคำอวยพรอะไรให้ปีใหม่บ้าง?

“วันเกิดปีใหม่ที่ผ่านมาก็แฮปปี้มากค่ะ มีความสุขมากค่ะ ขอบคุณทุกๆ คำอวยพร ทุกๆ ของขวัญที่ส่งมา ทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก”

น้องปีใหม่ชอบอะไรเป็นพิเศษไหม?

“เด็กเขาจะชอบโมเมนต์การแกะของขวัญและเป่าเค้ก แอฟเชื่อว่าของขวัญไม่จำเป็นต้องถูกหรือแพง แต่เขาชอบที่จะลุ้นว่าข้างในคืออะไร”

ปีนี้เยอะสุดไหม?

“พอๆ กันค่ะ”

มีคำอวยพรอะไรให้เขา ?

“จริงๆ ก็เหมือนของแม่ทั่วๆ ไป คืออยากให้เขามีความสุขในทุกๆ ช่วงของชีวิต และสุขภาพดี”

มีโหมดซึ้งไหม?

“เขาก็บอกรักแม่ เขาบอกว่าวันเกิดหนู แต่อยากให้แม่มีความสุข”

มีคนมาคอมเมนต์ว่าสงกรานต์ไม่ไปงานวันเกิดลูกสาว แต่สงกรานต์คอมเมนต์กลับว่า ถ้าไปได้คงไปแล้ว หลายคนเลยคิดว่าแอฟไม่ให้ไปหรือเปล่า?

“ตอบได้ชัดเจนเลยค่ะว่าไม่ได้มีการไม่ให้ไป และแอฟก็เชิญค่ะ เชิญทั้งคุณสงกรานต์ และเชิญทั้งคุณพ่อคุณแม่คุณสงกรานต์ด้วยค่ะ ถ้าจะเอาชัดเจน จริงๆ เนี่ย แอฟให้คิวตั้งแต่วันที่ 29 ก่อนวันเกิดลูกนะคะ คุณสงกรานต์ก็ไม่ได้มา แต่มันก็ยังไม่ถึงวันเกิดนะ พอถึงวันเกิด วันที่ 1 ก็มีการเชิญล่วงหน้า ก็บอกชัดเจนว่าเชิญมาพิธีทางสงฆ์ เชิญมาเลี้ยงพระ ถวายสังฆทานและก็เชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพราะตอนกลางวันเราก็เลี้ยงวันเกิดปีใหม่ ก็จะมีญาติๆ แอฟ เลยเชิญทั้งคุณสงกรานต์ และคุณพ่อคุณแม่ด้วย เขาก็มีการตอบกลับมาล่วงหน้าวันที่ 31 มั้งคะ ว่าไม่สะดวกมาร่วมงาน”

แอฟ ทักษอร

ทางฝั่งสงกรานต์ก็จัดส่วนตัวกันอีกรอบนึง?

“ก็มีไปทานข้าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ค่ะ”

ตอนที่เขาจัดงานวันเกิดให้น้องได้พูดอะไรไหม?

“ไม่ได้ชวนค่ะ เพราะมันไม่ได้เป็นการจัดงานวันเกิด วันนั้นเขามารับปีใหม่เป็นปกติ เพราะมารับทุกอาทิตย์อยู่แล้ว แล้วเราก็ไม่ได้ถามอะไร อย่างมากก็แค่จะถามว่าไปไหน แต่วันนั้นไม่ได้ถาม”

ตกลงกันในเรื่องของเวลาในการดูลูก?

“จะถามกันเป็นระยะค่ะ ทุกวันนี้ก็จะเช็คคิวกันค่ะ อย่างก่อนวันเกิดก็จะให้คิวไปวันที่ 28-29 นะ 28 คุณสงกรานต์มา 29 ไม่ได้มา และให้วันที่ 1 และวันที่ 2 ก็ให้ไปหมดเลย ก็แจ้งล่วงหน้า ไม่ได้แจ้งแค่คุณสงกรานต์คนเดียว แจ้งผู้ใหญ่ด้วย เฉพาะในส่วนของแอฟนะคะ ให้ทั้งก่อนและวันจริง และหลังวันเกิดด้วย เพราะว่าแอฟไปญี่ปุ่นวันที่ 3 แอฟเห็นแล้วว่าเดี๋ยวเราจะไม่อยู่ ก็เทคิวให้เขาก่อน”

มีรูปไปหา พี่บอย ถกลเกียรติ หลายคนมองว่าจะไปช่อง One?

“ไปสวัสดีปีใหม่ ไปสวัสดีปีใหม่หลายๆ ท่าน อากู๋ พี่เล็ก บุษบา พี่บอย พี่ป้อน”

มีการทาบทามไหม?

“ยังไม่แน่ค่ะ พี่บอยอาจจะไม่เอาก็ได้ (หัวเราะ)”

มีทาบทามลงละครไหม?

“อย่างที่บอกค่ะ ก่อนหน้านี้ก็มีคุยเรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะทางฝั่งแกรมมี่ แต่หลายๆ ช่องค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่ความเหมาะสม บท การทำงาน เพราะแอฟไม่ได้ฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแอฟยังห่วงน้องอยู่ แอฟก็อยากจะเล่นละคร และคิดถึงมานานแล้ว และรู้สึกว่าลูกก็โตในระดับนึง ไม่ต้องห่วงในการไปโรงเรียน”

กลับมาครั้งนี้แซ่บกว่าเดิมไหม?

“สงสัยมีคนคิดอย่างนี้แน่เลย บทก็เลยมาแต่แบบว่า (ยิ้ม) มีหลายแบบค่ะ แซ่บก็มี น่าสงสารก็มี ถามว่าอยากเล่นแซ่บๆ ไหม อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ มันขึ้นอยู่กับบริบทหลายอย่าง เพราะเวลาจะเลือกละคร ไม่ได้เลือกแค่ที่บทอย่างเดียว หวังว่าจะเลือกได้ (ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

แทค ภรัณยู แบดบอยให้เป็นอดีตไป เตรียมตัวเลี้ยงลูกชาย ปัดคบซ้อน!! ลูกตาล

แทค ภรัณยู ปิดใจครั้งแรก! หลังแต่งเงียบกับ ไฮโซสาวเบลล์ เองตระกูล พร้อมกับเตรียมตัวเป็นพ่อคน

แทค ภรัณยู เผยเป็นไปตามข่าว ทำตามประเพณีทุกอย่าง เรียกว่าเป็นการทำบุญมากกว่า เป็นการให้เกียรติพ่อแม่ฝ่ายหญิง เป็นพิธีเล็กๆ ทุกอย่างมีขั้นตอนปกติ ปัดฟ้าแลบใช้ชีวิตปกติ มีการวางแผนหมดแล้ว คบ 2-3 ปีที่ไม่มีข่าว แจงอยากลองศึกษากันแบบเงียบๆ จะรับไลฟ์สไตล์ตนได้มั้ย เจอกันที่อีเว้นท์งานนึง ฝ่ายหญิงเข้าใจดี

สถานะก่อนหน้านี้คือคนพิเศษคนนึงที่คุยกัน ควงไปไหนมาไหนปกติ ใช้ชีวิตปกติ ไม่ปิดและไม่เปิด เลือกคนนี้เพราะไปมาหาสู่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เริ่มความผูกพัน เกิดเป็นความรัก ในเมื่อพร้อมก็มีน้องได้เลย เพราะอายุเยอะแล้ว วางแผนกันเรียบร้อยแล้ว บอกให้ย้อนดูคำสัมภาษณ์ของตนที่ว่าจะมีลูกตอน 35 เรื่องที่บอกโสดมาตลอด และมีข่าวกับสาวๆ เปรยผ่านไปแล้ว ตอนนี้คือเรื่องปัจจุบัน มีครอบครัวแล้ว ครอบครัวมาก่อน ลูกมาก่อน ก่อนหน้าไม่จำเป็นต้องประกาศใครว่ามีแฟนมั้ย

แทค ภรัณยู

เรื่อง ลูกตาล ร็อคซี่ พิธีกรและนางแบบโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อเรื่องรักหรือคบซ้อนนั้น บอกรู้จักกันมานาน มีคุยผ่านข้อความใน FB ปกติ ไม่ได้เจอปีกว่า ที่อีกฝ่ายบอกช็อก ก็ไม่รู้ว่าเรื่องออะไร ไลน์ไปสอบถามแล้ว ยันไม่ได้คบซ้อน ไม่มีนัยยะ ถามอีกฝ่ายแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มีประเด็นอะไร ฝ่ายหญิงบอกระบายเรื่องปกติ ตนก็เม้นต์แซวปกติ ให้ความเข้าใจไประดับนึงอีกฝ่ายเข้าใจในสไตล์ตนดี ลุคเพลย์บอยเป็นอดีตไปแล้วตอนนี้มีครอบครัว มีลูกแล้ว ขอเปลี่ยนคำว่าแบดบอยเป็นแฟมิลี่แมนดีกว่า ถามว่าถอดเขี้ยวเล็บมั้ย บอกเสือยังไงก็เป็นเสือแล้วแต่ว่าจะจำศีลหรือเปล่า บอกพ่อตาเป็นตำรวจ ที่สำคัญพี่เขยโหด(หัวเราะ)

ความรู้สึกแรกที่มีลูก วิ้งก่อนเลย คิดต่างๆ นาๆ ว่าลูกจะเป็นยังไง เปรยได้ลูกชาย ตั้งชื่อว่า “พารัน” บอกตนแพ้ท้องแทนเมีย ไม่เคยอยากกินกะท้อนก็กิน ไม่เคยอยากกินมะขามก็กิน เป็นผื่นกุหลาบ อยากกินอุทัยทิพย์อะไรทำนองนี้ ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนระดับนึง ลุคปกติ แต่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นแฟมิลี่แมน ฝ่ายหญิงเข้าใจไลฟ์สไตล์ตนดี เตรียมพื้นที่ไว้สักรูปลูกแล้ว เผย มิค บรมวุฒิ เป็นคนในวงการคนแรกที่รู้เรื่องตนมีลูก มีปรึกษาเรื่องเลี้ยงลูกกัน แนะนำที่ฝากท้อง ไม่มีแอบ ไม่มีใครตกใจ มีแต่ยินดี

ด้านคุณพ่อตนแฮปปี้ มีหลานให้แล้ว วางแผนชีวิตครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพฯ ทางพ่อตาเตรียมพื้นที่ให้แล้ว open ให้เข้าไปอยู่ ชมพ่อตาดีมาก เตรียมเรื่องงานแต่ง ประสานงานให้ทุกอย่าง เข้าไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง ตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายเข้าไปพ่อตากำลังทำห้องให้ สิ้นเดือนนี้เล็งไปกินข้าวที่บ้าน เป๊ก สัณชัย ภายในครอบครัว ทายาทลองมีคนนึงก่อน ลองเลี้ยงดูก่อนว่าเป็นยังไง กำหนดคลอด พ.ค. – มิ.ย. รับกังวลตลอดว่าจะเลี้ยงลูกให้ดีได้หรือเปล่า บอกตนไม่ใช่คนดี แต่จะพยายามเลี้ยงให้ดี่ที่สุด

เผยฝ่ายหญิงมีธุรกิจอยู่แล้ว รับจัดอีเว้นท์ ต่างคนต่างทำงานเหมือนเดิม ส่วนจากนี้ถ้ามีใครออกมาแสดงความเป็นเจ้าของหรือแฉอีก จะบอกมีครอบครัวแล้ว มีลูกแล้ว!! เรื่องนามสกุลลูกยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะใช้นามสกุลใคร ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส บอกไม่ซีเรียสอะไร ง่ายๆ สบายๆ ณ ตอนนี้สิ่งที่วางแผนไว้ในชีวิตเกือบครบถ้วนแล้ว เหลือแค่การเลี้ยงลูกให้ดีว่าจะยังไงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com

ฟ่าน เฉิงเฉิง กับเส้นทางในวงการบันเทิงที่ปูด้วย ‘หนามกุหลาบ’

ฟ่าน เฉิงเฉิง ไอดอลหนุ่มหล่อ สมาชิกบอยแบนด์ C-POP วง NEX7 และ Nine Percent ตกอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง

ฟ่าน เฉิงเฉิง หลังกระแสข่าวว่าเขาคือลูกนอกสมรสของซุปเปอร์สตาร์สาว ฟ่าน ปิงปิง กับนักแสดงรุ่นใหญ่ หง จินเป่า โหมกระพือขึ้นมา

ความคลางแคลงใจที่แฟนๆ วงการบันเทิงจีนมีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง  ปิงปิง และ  เฉิงเฉิง นั้น เกิดเป็นคำถามขึ้นมานับตั้งแต่มีการเปิดเผยว่าทั้งคู่เป็นพี่สาว-น้องชายที่มีอายุห่างกันถึง 19 ปี แม้ ฟ่าน ปิงปิง จะเคยยืนยันว่าน้องชายของเธอนั้นเป็นลูกหลงที่เกือบไม่ได้ถือกำเนิดเพราะนโยบายของรัฐบาลจีน(ซึ่งสนับสนุนให้แต่ละครอบครัวมีทายาทเพียงคนเดียว) แต่ก็ดูเหมือนข้อสงสัยก็ไม่ได้จางหายไป

การก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงของ ฟ่าน เฉิงเฉิง ไม่ได้อาศัยใบบุญของพี่สาว แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธว่า ‘เงา’ ของ ฟ่าน ปิงปิง อยู่กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาถูกจับจ้องนับตั้งแต่มีข่าวลือว่า “น้องชายของ ฟ่าน ปิงปิง กำลังเป็นเด็กฝึกอยู่ที่เกาหลีใต้” จนทางต้นสังกัด Yuehua Entertainment บริษัทสัญชาติจีนที่กำลังรุกวงการ K-POP ออกมายอมรับว่าเป็นความจริง

ฟ่านเฉิง
ไม่ใช่เพียงหน้าตาอันหล่อเหลา แต่ Yuehua. เปิดเผยว่า ฟ่าน สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และยังเรียนรู้ภาษาเกาหลีได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ต้นสังกัดจะส่งเขาและเด็กฝึกอีกหลายคนภายในค่ายไปแสดงความสามารถผ่านการแข่งขันในรายการเซอร์ไววัล Idol Producer (หรือที่แฟนคลับรู้จักในนาม Produce 101 เวอร์ชั่นประเทศจีน)

ฟ่านเฉิง

ในรายการ Idol Producer เฉิงเฉิง พยายามอย่างมากในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ผู้คนรู้จักเขามากกว่าฐานะ “น้องชายของ ฟ่าน ปิงปิง” ทั้งความสามารถและความมานะจึงทำให้เขาได้ติดอยู่ในอันดับ TOP9 ได้รับสิทธิ์ในการเป็นหนึ่งในสมาชิกของศิลปินกลุ่มชั่วคราวที่มีชื่อว่า Nine Percent

ในขณะที่ Nine Percent กำลังเตรียมก่อกำเนิด ฟากต้นสังกัด Yuehua Entertainment ก็รวมตัว 7 เด็กฝึกชายในค่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ  เฉิงเฉิง เดบิวต์เป็นบอยแบนด์กลุ่มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า NEX7 ทำให้เขาและสมาชิกอีก 2 คน ต้องทำงานคู่ขนาน เป็นสมาชิกของทั้งสองวง จนกว่า Nine Percent จะหมดสัญญาและยุติบทบาทลงในเดือนตุลาคม ปี 2019

ฟ่าน-เฉิงเฉิง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกของบอยแบนด์คิวฮอตทั้งสองวง อย่าง NEX7 และ Nine Percent ในเวลาเดียวกัน เป็นเรื่องหนักหนา… และการทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อฟันฝ่ามรสุมข่าวที่พัดกระพือไม่ยอมหยุด ก็แสนสาหัสสำหรับเด็กหนุ่มวัยเพียง 18 ปีเช่นกัน

ทั้งนี้ เฉิงเฉิงก็มีชื่อเสียงพอตัว หลังจากร่วมประกวดรายการเฟ้นหาไอดอลอย่าง Idol Producer แถมยังเป็นหนึ่งในผู้ชนะรายการจนได้เดบิวต์กับวง Nine Percent ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในประเทศจีน

ส่วนทางด้านหง จินเป่า ได้รีไทร์ตัวเองจากวงการเนื่องจากความอ้วนในวัยหนุ่มทำให้สุขภาพขาไม่ดี ส่งผลให้เจ้าตัวต้องไปไหนมาไหนด้วยวีลแชร์

ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทั้งสองนักแสดงว่า ข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com…

กุ๊บกิ๊บ แพลนแล้ว รอ “บี้” กลับไทย เตรียมมีลูกคนที่สอง เป็นเพื่อนเล่นให้ “เป่าเปา”

กุ๊บกิ๊บ ลูกสาวคนแรกอย่าง น้องเป่าเปา เริ่มโตขึ้นทุกวัน ล่าสุดคุณแม่อารมณ์ดี กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ ชี ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ได้วางแพลนเรื่องการมีลูกคนที่สองไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กุ๊บกิ๊บ รอแต่สามีหนุ่ม บี้-ธรรศภาคย์ ชี บินกลับไทยช่วงเดือนมกราคมเท่านั้น พร้อมบอกขอลองใช้วิธีธรรมชาติดูก่อน เพราะเชื่อว่าสามีอายุยังน้อยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

อัปเดตอาการที่เราไปผ่าตัดเนื้องอกที่หน้าอกหน่อย ?
“ตอนนี้เพิ่งไปตรวจมาล่าสุดก็โอเค ไม่ได้เป็นเนื้องอกร้ายแรงอะไร เป็นเนื้อดี อีกประมาณปีครึ่งต้องไปตรวจอีกทีว่ามีเพิ่มอีกไหม ที่เราผ่าออกไปแผลก็ไม่ใหญ่”

ตอนนั้นมันมีอาการยังไงบ้าง ?
“มันเจ็บค่ะ และเราคลำเจอก้อนเนื้อ เราก็กลัวเป็นมะเร็ง เพราะที่บ้านเราก็มีคนเป็นมะเร็งตรงหน้าอก เราเลยไปตรวจดู พอผ่าออกมาก็เป็นเนื้อประมาณ 3 ซม.”

หมอแนะนำยังไงบ้าง ?
“ก็ให้ดูแลตัวเอง คอยเช็กบ่อยๆ ถ้าเราชอบกินอะไรมันๆ ให้ลดลงหน่อย อย่างน้ำมะพร้าวก็ลดลงบ้างนิดหนึ่งเพราะเกี่ยวกับฮอร์โมน เราก็คอยตรวจดูสุขภาพเรา”

กังวลอะไรอีกไหม ?
“ตอนแรกกังวล เพราะเราจะมีลูกคนต่อไป เราเลยต้องจัดการให้เรียบร้อย แต่ตอนนี้ไม่กังวลอะไรแล้ว คุณหมอบอกมีลูกได้ตามปกติ อีกปีครึ่งค่อยเช็กอีกที ตอนนี้ไม่มีผลกับการมีลูกแล้ว”

พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อบี้ แม่กุ๊บกิ๊บ และลูกเป่าเปา

ลูกคนที่สองจะมีเมื่อไหร่ ?
“กะว่าต้นปีหน้าน่าจะเริ่มปล่อย สามีจะกลับมาประมาณเดือนมกราคม หวังว่าสามีจะอยู่ให้ถึงสักเดือนหนึ่งแล้วกัน ไม่รู้ว่าจะถึงไหม แน่ๆ ก็น่าจะได้อยู่ถึงตรุษจีน แต่เราล็อกวันให้เขาอยู่ไม่ได้ เพราะที่จีนเขาก็เซ็นสัญญาไว้ เราก็ตามคิวเขามากกว่า เราต้องจัดตาราง เราไปปรึกษาหมอมาแล้ว แต่เราจะลองวิธีธรรมชาติก่อนดูว่าอะไรยังไง”

ต้องส่งวันไข่ตกให้บี้ดูเลยไหม ?
“ไม่ต้องๆ สามีเรายังเด็ก เรากินเด็ก เราต้องมั่นใจในตัวเด็กเรา”

จะได้น้องตรุษจีนแน่นอน ?
“ก็ไม่รู้น้องตรุษจีนจะมา หรือจะแพลนไปเที่ยวกันสองคนที่เกาหลีช่วงมกราคม ไปสร้างน้องเมียงดง น้องกาโรซูกิล น้องฮับจอง น้องฮงแด (หัวเราะ) เป่าเปาบางทีก็อยากมี บางทีก็ไม่อยากมี จริงๆ นางอยากมีน้องผู้ชาย แต่เราได้หมด ถ้าผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ได้ ได้หมด ตอนแรกบี้ก็ไม่อยากมีเพราะกลัวจะไม่มีเวลาให้ลูก เพราะนางรู้สึกผิดที่ลูกเกิดมา 2 ปี เขายังอยู่กับลูกไม่ถึง 365 วันเลย นางรู้สึกผิดทุกครั้งที่ลูกมีพัฒนาการ แต่เขาก็มีความฝัน เราก็ให้เขาคว้าไว้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน ถ้ามีคนที่ 2 ณ ตอนนี้ก็คงต้องอยู่ที่นี่ก่อน ถ้าบี้ชัวร์แล้วค่อยมูฟไป ตอนนี้เราเพิ่งซื้อบ้านที่ไทย เราเลยอยู่ที่นี่ให้เปาเข้าโรงเรียนก่อน”

ตั้งใจไปอยู่โน่นเลย ?
“อาจจะไปๆ มาๆ เปาตอนนี้เรียนภาษาจีนที่บ้านอยู่ ต้นปีก็จะให้เข้าโรงเรียนอินเตอร์ เพราะจะฝึกภาษาเขา เพราะเรายังไม่รู้อนาคตที่แน่นอนว่าจะอยู่ไทยหรือเมืองนอก ก็ต้องศึกษาเขาไว้”

แต่งานนี้ไม่รู้ว่าบี้ จะต้องรีบเปลี่ยนเที่ยวบินกลับมาเร็วขึ้นหรือไม่ เพราะภาพล่าสุดที่กุ๊บกิ๊บออกงาน นางสวยฟาดมากๆ ซึ่งทุกคนชมเป็นเสียงเดียวกันว่าดั้งใหม่ตอนนี้เข้าที่แล้ว แม่เป่าเปาสวยสุดๆ ดูหน้าเปลี่ยนไปเลย ลุคเซ็กซี่สายฝอ

บวกกับอินเนอร์การถ่ายภาพ กับท่านั่งเรียกสามีกลับบ้านมาดูไฟ แต่ละช็อตแล้ว แม่ไม่ได้สวยธรรมดา หน้าจิกกล้องเซ็กซี่อีก ใครว่ามีลูกล้วผู้หญิงจะปล่อยตัว ไม่จริงอย่างกุ๊บกิ๊บ she สวยขึ้นมาก

กุ๊บกิ๊บ

กุ๊บกิ๊บ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

“ไพโรจน์” เปิดใจ ห้ามเมียเก่าเข้าบ้าน ศาลชี้ขาดแบ่งสมบัติชัด ลูกครวญถูกขู่แจ้งจับ

“ไพโรจน์” เปิดใจ จากกรณีที่ นายรวิกร สังวริบุตร หรือ พีค อายุ 22 ปี ลูกชายของอดีตพระเอก ผู้กำกับละคร และภาพยนตร์ชื่อดัง ไพโรจน์ สังวริบุตร ออกมาเปิดเผยกับสื่อฯ

ไพโรจน์” เปิดใจ  กรณีที่ พ่อทำเรื่องถอนชื่อคุณแม่ คือ น.ส.กชวัณณ์ ปิ่นจุฑานนท์ ซึ่งได้หย่าขาดกันตั้งแต่เกือบ 10 ปีก่อน ออกจากทะเบียนบ้าน ที่ ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจบุรี

วันที่ 14 ธ.ค. 61 นายไพโรจน์ สังวริบุตร อดีตพระเอก และผู้กำกับชื่อดัง กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ความเห็นเรื่องที่ลูกออกมาพูด เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ ตนไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะลูกชายไม่เข้าใจ หรือคงเข้าใจผิดเรื่องฎหมาย ตนและภรรยาเก่าหย่าขาดกันมานาน

โดยคำสั่งศาลตัดสินให้จบเรื่องราว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 มีคำพิพากษาชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สิน ซึ่งเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน กฎหมายให้มีเจ้าบ้านเพื่อรับผิดชอบบ้าน ชื่อของภรรยาเก่ามีอยู่ในทะเบียนบ้านตั้งแต่ก่อนจะหย่ากัน เรื่องหลังจากนั้นลูกชายอาจไม่เข้าใจ ตนก็สงสารลูก

ทั้งนี้ ตนไม่อยากสังคมมองลูกชายในด้านลบ เอาเป็นว่าลูกชายออกมาพูดว่าอะไร และการที่ตนต่อสู้กับอดีตภรรยาในศาล ตอนนั้นลูกชายยังเด็ก สิ่งที่ตนพูดหรือลูกชายพูด คงไม่มีประโยชน์ให้ดูคำพิพากษาของศาลดีกว่า

ส่วนในเรื่องของการขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับหากลูกชายเข้ามาในบ้าน และมีแชตไลน์เป็นหลักฐาน ตนมองว่าต้องพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้น เพราะตนมีครอบครัวใหม่ ถ้าเป็นคุณ คุณจะให้ภรรยาเก่าเข้ามาในบ้านหรือไม่ ตนบอกตั้งแต่เริ่มแรกว่าตนไม่อนุญาตให้เข้า เพราะทุกครั้งที่ภรรยาเก่ามาบ้าน ภรรยาเก่าก็พาลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตนก็ได้บอกกับลูกว่า “ถ้าแม่มาด้วย พ่อไม่อนุญาต”

อย่างไรก็ตาม นักเลงคีย์บอร์ดคงจะสนุกที่ได้แสดงความเห็น อย่างบ้านที่นำไปทำสถานปฏิบัติธรรม ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ตนไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสีย แต่นักเลงคีย์บอร์ดก็เขียนว่า เอาบ้านไปซ่องล่ะสิ ตนก็อยากจะบอกว่า อยากพิมพ์สนุก ก็พิมพ์ไป ไม่ถือสา

ด้าน นายรวิกร สังวริบุตร หรือ พีท ลูกชายของนายไพโรจน์ เปิดเผยว่า หลังเป็นข่าว ตนเองไม่ได้ตั้งใจจะออกมาโจมตีหรือทำให้พ่อเสื่อมเสียชื่อเสียง เพียงต้องการขอความเห็นใจจากพ่อเท่านั้น เรื่องการนำชื่อแม่ออกจากทะเบียนบ้าน ตนต้องการให้พ่อนำชื่อแม่กลับไปเป็นชื่อเจ้าบ้านเช่นเดิม และตนไม่ได้หวังให้ที่ดินนี้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ตนเองเห็นที่ดินผืนนี้มาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกคือเป็นของครอบครัว ตนและแม่ก็แวะเวียนไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่อง ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ตนและแม่ถูกห้ามเข้าบ้าน ทำให้ตนไม่ได้รับการติดต่อจากพ่ออีก ยอมรับว่าพ่อขู่แจ้งจับจริง

จนถึงวันนี้ ตนก็ไม่ทราบว่าเหตุผลที่พ่อคัดชื่อแม่ตนออกเพราะอะไร เพียงทราบว่าต้องการนำบ้านหลังนี้ไปทำสถานปฏิบัติธรรม ที่เป็นความต้องการของภรรยาใหม่ของพ่อ ทั้งนี้ ที่ตนออกมาให้ข่าว เพียงขอความเห็นใจเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนเองยังรักพ่อเสมอ ตนไม่ใช่ลูกที่ออกมาต่อว่าพ่อ ทั้งลับหลังและต่อหน้า และการออกมาให้ข้อมูล ตนไม่ได้ถูกใครบังคับทั้งสิ้น ส่วนตอนนี้ แม่ตนอยู่ระหว่างการดำเนินการที่อำเภอ ให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับการคัดชื่อออกว่าทำถูกต้องหรือไม่ และไม่ได้หวังแจ้งความ ส่วนตัวของแม่ก็ยังคงช็อกอยู่

“ไพโรจน์”

“ไพโรจน์”

“ไพโรจน์”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เอมมี่ ไฮโซเจมส์ ยังไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกชาย หลังคนสงสัยคลอด ไม่เห็นรูปลูก??

เอมมี่ ไฮโซเจมส์ คุณแม่ป้ายแดง เอมมี่ มรกต ควงสามี ไฮโซเจมส์ หรือ หนุ่ม จิรยุทธ ออกมาเปิดใจหลังคลอดลูกชาย ทายาทคนแรก!

เอมมี่ ไฮโซเจมส์ ไปเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เวลา 16.38 น. แล้วยังไม่เผยรูปภาพของลูกชายให้เห็น แจงเป็นการผ่าคลอดก่อนกำหนด ด้วยอายุครรภ์ 36 สัปดาห์(จากที่ต้อง 38 สัปดาห์) แต่ยังคลอดตามฤกษ์ และได้วันตามที่ตั้งใจ โดยลูกชายมีน้ำหนักตัวตอนคลอด 2,240 กรัม ส่วนตอนนี้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ยังไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกเลย เพราะยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ โดยตอนนี้ลูกชายยังอยู่ในตู้อบห้อง ICU รายละเอียดดังนี้

เอมมี่ “ความรู้สึกตอนนี้ ก็ดีใจ แล้วก้มีความโล่งตัว สบายใจ ที่เค้าอยู่ในมือของคุณหมอที่ดี”

เจมส์ “เอมมี่มีอาการรกเกาะต่ำ มีโอกาสที่จะมาไว แต่หมอไม่อยากให้ผ่าตัดฉุกเฉิน อยากนัดวันผ่า เช็คแล้ว 11 น่าจะผ่าได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เอมมี่ก็เลยอยู่เฉยๆ ตลอด วันคลอดรู้สึกตื่นเต้น เพราะน้องออกมาไม่ครบ 38 วีค คุณหมอห่วงแม่”

เอมมี่ “หมอบอกถ้าคลอดฉุกเฉินจะเสียเลือดเยอะ เป็นอันตรายต่อแม่ อาจถึงขั้นต้องตัดมดลูกออก ประมาณวันที่ 11 อยู่ในเกณฑ์ที่โอเคที่จะผ่าออกมา ก่อนหน้านั้นก็เกณฑ์เพื่อนๆ พี่หนุ่ม มาบริจาคเลือดให้”

เจมส์ “ตื่นเต้นเพราะห่วงเอมมี่ ห่วงลูกด้วย พอได้ยินเสียงร้องก็โอเค ไม่มีโมเมนต์น้ำตาไหล ขำตลอด”

เอมมี่ “คิดว่าตัวเองจะร้องเหมือนกัน แต่วินาทีนั้นหน้าพี่หนุ่มดูตื่นเต้นมาก กลัวจะเบลอ เราค่อนข้างจะมีสติระดับนึง คอยคุยกับพี่หนุ่มตลอดจนไม่ได้ร้องไห้ หมอเข้ามาบอกว่าอาจจะไม่ได้ถ่ายรูปแรกเหมือนที่คนอื่นถ่ายกัน แต่ไม่เป็นไรเอาให้น้องปลอดภัยไว้ก่อน อย่างที่หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่มีรูปลูกเลย คือยังไม่ได้อุ้มลูก วันๆ ได้แค่ไปเยี่ยมเช้า-เย็น ตัวน้องเกิดก่อนกำหนดทำให้ยังหายใจไม่คล่อง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ”

เอมมี่ “ก็กังวล ลุ้นทุกวัน เห็นตัวเค้าแล้ว แต่ยังไม่ได้อุ้ม ตั้งใจปั๊มนมให้เพียงพอ อยากเห็นเค้าฟูขึ้น”

เจมส์ “แต่เค้าดีขึ้นทุกวันแล้วครับ จริงๆ รูปสามคนไม่ได้อยากถ่ายอยู่แล้วนะ ไอรูปหมวกฟ้าเนี่ย(หัวเราะ)”

เอมมี่ “ความเป็นแม่ก็กังวลตลอดเวลา แต่เชื่อมั่น ไว้ใจคุณหมอที่นี่มาก หมอพูดให้มีสติเพียงพอที่จะปั๊มนมให้ลูกได้ ถ้าเครียดเกินจะทำให้น้ำนมมาไม่เพียงพอ”

เจมส์ “ชื่ออยากให้เป็นตัว s ตั้งชื่อไว้แล้ว แต่ขอเห็นหน้าก่อน ส.เสือ นำหน้า”

เอมมี่ “ตอนนี้อาจจะมีสายอะไร ยังเห็นหน้าเต็มๆ พี่หนุ่มจะซีเรียสเรื่องชื่อ ไปสายนั้น”

เจมส์ “พี่ดูง่ายๆ เปิดเน็ตดู ความรู้สึกเปลี่ยนไปมั้ยหรอ คือยังไม่ได้เลี้ยง ยอมรับว่าห่วง ยังไม่ได้เห็นหน้าเลย น่ารักดีอยากเห็นหน้าชัดๆ น่ะครับ ตื่นเต้น พากลับบ้านเมื่อไหร่ยังไม่แน่ใจ แต่คุณหมอบอกวันสองวันนี้น่าจะได้อุ้ม”

เอมมี่ “ตอนนี้คล่องเรื่องปั๊มนม รอให้น้องพร้อมกว่านี้ คิดว่าทำได้ งานเดือนมีนากลับไปนะคะ บอกคุณมดดำด้วยค่ะ”

เจมส์ “อยากให้เค้าไปทำงานจะได้ไม่เบื่อ”

เอมมี่ “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ไม่กลัว ตั้งแต่ตั้งครรภ์ไม่ได้อารมณ์แปรปรวนมาก”

เจมส์ “อย่าเป็นเลย ตอนท้องไม่เคยเจออารมณ์วูบวาบ ตอนสาววูบวาบกว่า คนแรกคนเดียวพอแล้ว”

เอมมี่ “พอแล้วจริงๆ มันทรมาน ตอนนี้รักแม่มาก มนุษย์แม่นี่เป็นอะไรที่แบบที่สุดแล้ว กว่าจะได้คนนี้มาก็ใช้เวลาตั้ง 2 ปีค่ะ”

เจมส์ “เลี้ยงดีๆ แล้วกัน คนเดียวก็จะเลี้ยงดีๆ แล้วกัน ไม่สปอยคุยกันแล้ว จะเลี้ยงให้ติดดิน”

เอมมี่ “คุยกันแล้วว่าจะเตือนๆ กัน ถ้ามากเกินไปหรือทำให้เสียคนได้ก็จะเตือนๆ กัน น่าจะโอเค”

เอมมี่ ไฮโซเจมส์

เอมมี่ ไฮโซเจมส์

เอมมี่ ไฮโซเจมส์

เอมมี่ ไฮโซเจมส์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com

 …

เอมมี่ แม็กซิม ลั่นโดนโกงก่อน!! เข็ดแชร์ เงินหมดบัญชี-ติดหนี้รพ.

เอมมี่ แม็กซิม ลั่นโดนโกงก่อน!! จากกรณีที่ดาราสาว เอมมี่ อมลวรรณ หรือ เอมมี่ แม็กซิม ถูกแจ้งความดำเนินคดีโกงแชร์ จำนวน 28 ล้าน!

เอมมี่ แม็กซิม ลั่นโดนโกงก่อน!! เป็นเหตุให้เจ้าตัวเครียดจัดจนต้องหามส่งไอซียูแอดมิทโรงพยาบาลอยู่หลายวันนั้น ล่าสุดวานนี้(11 ธ.ค.) สาวเอมมี่ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ ร.ต. ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความ และ นางบุญยัง แสวงศร แม่ของตน ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงเรื่องนี้ โดยเจ้าตัวเผยยอดทั้งหมดมีแค่ 26 ล้าน และที่ไม่จ่ายเพราะตนเองก็โดนลูกแชร์อีกกว่า 10 คน โกงเช่นกัน รวมยอดเงินสูง 40 กว่าล้านบาท!! ส่วนที่ออกมาพูดช้าเพราะต้องรวบรวมหลักฐานที่ถูกโกงไป เปรยตอนนี้ตนเป็นทั้งโจทย์และจำเลย ร่ำไห้ขอเงินคืนจากคนที่โกงตนเพื่อนำมาจ่ายให้กับคนอื่น ตอนนี้เงินในบัญชีไม่มีเหลือ ต้องขายของตลาดนัด ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน แถมยังค้างชำระค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย วอนคนเห็นใจจ้างงานเพื่อมีรายได้เอามาหมุนจ่ายไปก่อน ยันไม่คิดหนีไปไหน ลั่นเข็ดไม่คิดตั้งวงแชร์อีก

เผยดีใจหลังดาราสาว หนิง ปณิตา ไดเร็คข้อความให้กำลังใจ “นอกจากครอบครัว และเพื่อนๆพี่ๆน้องๆแฟนคลับ ที่ยังอยู่เคียงข้างเอ็มมี่แล้ว ต้องบอกเลยว่า ตกใจมาก ปกติเป็นคนไม่ค่อยเข้าเชค inbox แต่เมื่อคืนนี้ลองกดเข้าไปดู หนูนี่น้ำตาแตกเลย ที่เจอข้อความนี้ หนูไม่คิดเลยว่า จะมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ดังมากๆ มีชื่อเสียงมากๆ และยังมีดีกรีเป็นถึงพิธีกรสุดเจ๋ง และเป็นผู้จัดละครเรตติ้งดีอันดับต้นๆ เอ็มมี่ไม่คิดไม่ฝันจิงๆ ค่ะ ว่าผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปซะทุกอย่างจะเข้ามาให้กำลังใจ กราบขอบพระคุณมากๆ นะคะพี่สาว หนูจะอดนเดินหน้าต่อไปจะเข้มแข็ง และสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะคนดีในดวงใจของหนู”

วิถีคนโลภหรือไม่ ใครกันแน่ที่โกง หมุนเงินกันเพลินได้ไวได้เยอะ สุดท้ายก็พัง พัง พัง คดีนี้ยังต้องลากไส้เน่าออกมา จุดจบจะเป็นอย่างไร ตามติดต่อได้เลยกับคดีใหญ่โกงกันมหาศาล ทะลุ 26 ล้าน อดีตนางแบบเซ็กซี่  อมลวรรณ กิตติศิริรัตน์ วานก่อนเพิ่งออกมาร้องไห้โฮ อ้างว่าโดนโกงแชร์สูงถึง 26 ล้าน แต่ฝั่งคู่กรณีก็เร่งไปแจ้งความไว้แล้ว ซัดแรงๆ ไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เอมมี่ นั่นแหละที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยหลายอย่าง

น็อต กฤติน จิกิตศิลปิน ปัจจุบันทำงานเป็น บรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง ไบรด์ Bride อดีตเคยดันๆ สาวแม็กซิมมาแล้วหลายคน หนึ่งในนั้นก็คือเอมมี่ ที่รักเคารพนับถือกันมานานเหมือนแม่ลูก

“ส่วนตัวไม่ได้คุยกันเรื่องแชร์เลยนะ เอมมี่ก็ไม่เคยมาปรึกษาปัญหาติดหนี้จากแชร์ ไม่เคยมาชวนเล่นด้วย และเราก็ไม่ชอบเล่นแชร์ด้วย เพราะเราไม่พร้อมที่จะรับความเสี่ยงตรงนั้น เท่าที่รู้มาการเล่นแชร์แบบนี้ คนเป็นเท้าต้องรับผิดชอบนะ ลูกแชร์จะโกงหรือไม่อย่างไรนั้น ยังไงเท้าก็ต้องรับผิดชอบ อยากให้เอมมี่เคลียร์เรื่องให้จบไวๆ”

เอมมี่ แม็กซิม

สาวสวยใสหุ่นอึ๋ม อดีตคนเคยเล่นแชร์กับเอมมี่ ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ กับบันเทิงไทยรัฐ “เคยเล่นแชร์กับเอมมี่ เราเปียแชร์สองวันครั้ง แรกๆ ก็จ่ายดีนะ แต่ต่อมาก็อย่างที่รู้ๆ กัน พูดจริงๆ แชร์ก็ไม่ควรเล่นนะ เพราะคนที่เราคิดว่ารู้จักดีแล้ว ใกล้ชิดดีไว้ใจแล้ว หรือจะเป็นดาราดัง จะมีชื่อเสียงมากขนาดไหนก็ตาม ถ้าเขาจะโกงเรา เขาก็โกงเราได้เลย”

อดีตนักข่าวบันเทิงตัวแม่ ที่ตอนนี้ลาออกจากงาน หันมาทำหน้าที่แม่ มาดูแลเลี้ยงลูก และดูแลผัวอย่างเต็มที่แทน “เกือบๆ ไปเล่นแชร์กับเอมี่ ดีนะไม่ได้ไปเล่นด้วย แต่เราหันไปเล่นแชร์กับเท้าหนึ่งที่พิษณุโลกแทน ก็โดนโกง

ตอนนี้เราก็เลยกำลังรวบรวมหลักฐานจะว่าจะไปแจ้งความ บอกไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เพราะอ้างว่าโดนลูกแชร์โกงมาอีกทีหนึ่ง มาอ้างอีกว่าแม่เครียดจะฆ่าตัวตาย จะพูดอะไรก็พูดไปได้ ซึ่งตอนนี้เราเตรียมรวบรวมเอกสารกับลูกแชร์ เพื่อแจ้งความเช่นกัน กับสาวขายของออนไลน์ ลูกหนึ่ง อักษรย่อ อ. บ้านตลุกเทียม พิษณุโลก

“น้องที่เคยไปเล่นแชร์กับเอมมี่ ก็มาเล่าๆ พฤติกรรมน่าสงสัยหลายอย่างของเอมมี่ให้ฟังเหมือนกัน คนที่เล่นแชร์จริงๆ จะรู้เลยว่า เงินก้อนแรกเท้าได้ไปก่อนเลย เพื่อประกันความเสี่ยง แถมได้เงินค่ารักษาวงแชร์ จากการที่ลูกแชร์เปียไปในแต่ละมือด้วย

ก็สงสารเอมมี่ ที่ออกมาร้องไห้ติดหนี้เยอะแยะขนาดนั้น แต่คุณเป็นเท้า ต้องมีความรับผิดชอบ จะมาปัดความรับผิดชอบไม่ได้ แล้วลูกแชร์ที่ไม่ได้เงินจากคุณแหละ ต้องคิดๆ ด้วยนะ รู้ๆ อยู่แล้วตั้งแต่ต้นแล้วว่า การเป็นเท้าแชร์มีความเสี่ยง คุณต้องยอมรับความเสี่ยงนั้นให้ได้ คุณต้องมีเงินหมุนเวียนมากพอ พอลูกแชร์โกงเท้า แต่เท้าต้องไม่โกงลูกแชร์สิ!”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th