ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ควงแฟน ไพลิน เปิดตัวออกสื่อ โชว์หวานมุ้งมิ้งสไตล์คนอินเลิฟ

ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ทำเอาบรรยากาศงาน Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2019 ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหวาน

ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ควงหวานใจดีกรีนางแบบ ไพลิน โอลเซ่น ออกมาโชว์ความหวานต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อยืนยันสถานะคู่รักป้ายแดง

งานนี้บรรดาสื่อก็เลยไม่รอช้า ต้องรีบเข้าไปจ่อไมค์ถามถึงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์หวานเวอร์ของทั้งคู่ รวมถึงกระแสข่าวเม้าท์มือที่สาม ที่หลายคนยังคงสงสัย ว่าฝ่ายหญิงใช่มือที่สามระหว่าง หนุ่มท็อป และอดีตคนรัก เบสท์ โอลีฟส์ หรือเปล่า

ทุกคนค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับการโพสต์ภาพคู่ของเราส่งท้ายปลายปีที่ผ่านมา ?
ท็อป – “ส่วนมากคนก็จะคิดว่าเป็นการเปิดตัวแต่ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่อยากจะโพสต์ภาพเพื่อขอบคุณ คุณปลาวาฬ ที่เป็นเพื่อนของเราทั้งสองคนก็เท่านั้น (ยิ้ม) ซึ่งผมกับคุณไพลินเราสองคนรู้จักกันมานานแล้ว เคยคบๆ คุยๆ กันอยู่สักพักหนึ่งและก็แยกกันไป แต่ครั้งนี้ก็ได้กลับมาเจอกันใหม่ครับ”

การกลับมาเจอกันครั้งนี้ใครเป็นคนเริ่มต้นก่อน ?
ท็อป – “เป็นผมนี่แหละครับ ผมโทรไปหาเขาเพราะเราไม่ได้เจอกันมาปีกว่า อยู่ดีๆ ก็อยากจะโทรหาเขาขึ้นมา”

แต่หลายคนก็สงสัย เพราะก่อนหน้านี้เราก็คบอยู่กับอีกคน ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้มาเปิดตัวกับคนนี้ ?
ท็อป – “เอ่อ…จริงๆ ผมกับ เบสท์ โอลีฟส์ เราจบความสัมพันธ์กันไปสักพักแล้ว และระหว่างนั้นผมก็อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด จนกระทั่งผมได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมกับ ท่าน ว. พอหลังจากกลับมาผมก็ได้นึกถึงไพลิน เพราะถึงแม้จะมีเหตุให้เราต้องเลิกกันก่อนหน้านี้ แต่เราก็ยังมีบางสิ่งที่ติดค้างกันอยู่ นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจโทรไปหาเขาในวันนั้นครับ ในช่วงปีกว่าๆ ที่เราไม่ได้เจอกัน ผมเชื่อว่าเราทั้งคู่ต่างเติบโตขึ้นและได้เรียนรู้ ได้เข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งพอเราได้เคลียร์เรื่องราวต่างๆ ในอดีต มันก็ทำให้เรารู้สึกมั่นใจในกันและกันมากขึ้นครับ”

ไพลิน – “จริงๆ ตอนที่เขาโทรมาครั้งแรกเราเองก็ยังงงๆ ใจจริงจะไม่รับสายเขาด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็สงสัยว่าเขาโทรมาทำไมเพราะเราไม่ได้คุยกันมาเป็นปีแล้ว จนสุดท้ายก็ตัดสินใจรับสายค่ะ”

ยืนยันว่าไพลินไม่ใช่มือที่ 3 ระหว่างเรากับเบสท์ใช่ไหม ?
ท็อป – “ไม่เลยครับและจริงๆ ผมกับไพลินเราก็รู้จักกันมานานแล้ว ต่างคนก็ต่างมีช่วงเวลาของมัน และก่อนที่จะมาคุยกับไพลิน ผมเองก็ได้มีโอกาสคุยกับคนนั้นคนนี้อยู่เหมือนกัน ส่วนกับเบสท์เองผมคิดว่าเราจบกันค่อนข้างเคลียร์นะ ทุกอย่างชัดเจน เบสท์เป็นคนที่ค่อนข้างโต และเราต่างก็พอจะรู้ว่าทิศทางของเราจะเป็นไปในทางไหน ซึ่งมันก็ไม่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เราพยายามปรับจูนแต่สุดท้ายเราก็ไปต่อกันไม่ได้ครับ”

ท็อป ณัฐเศรษฐ์

ที่เราบอกว่าพยายามปรับแต่ทำไม่ได้ เป็นเพราะอายุที่ห่างกันด้วยหรือเปล่า ?
ท็อป – “ไม่น่าจะใช่นะครับ เพราะผมกับไพลินเราก็อายุห่างกันมากกว่าอีก”

อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่าจะกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง ?
ไพลิน – “เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันค่อนข้างเยอะ ซึ่งมันก็พอจะทำให้รับรู้ได้ว่าเราไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ก็เลยคิดว่าต่อจากนี้ไปมันน่าจะมีอะไรดีๆ”

ท็อป – “ตอนที่ผมโทรหาเขา ผมไม่คิดว่าเราจะได้กลับมาคบกัน เพราะใจจริงผมแค่อยากจะเคลียร์กับเขา นั่นคือจุดประสงค์หลักของผม แต่หลังจากนั้นความสัมพันธ์มันก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาทีละนิด ซึ่งผมเองก็รู้สึกดีนะครับที่ผมสามารถมีใครสักคนที่คุยด้วยได้”

ท็อป – “เอาจริงๆ นะ ผมตั้งใจว่าจะไม่ลงเอยกับใครอีกแล้ว อยากจะใช้ชีวิตเป็นโสด”

เราสองคนคาดหวังกับความรักครั้งนี้อย่างไรบ้าง ?
ท็อป – “ผมอายุเยอะแล้ว ผมเลยมองว่าถ้าหากวันหนึ่งเราอยากจะมีครอบครัว เราก็คงจะมีเวลาเหลืออีกไม่เท่าไหร่ ซึ่งในปัจจุบันผมก็ตั้งใจว่าอยากจะทำให้ทุกอย่างมันออกมาดีที่สุด ไม่อยากจะเสียเวลากับใครอีกและก็ไม่อยากจะให้ใครต้องมาเสียใจอะไรกับผมอีกแล้ว”

ไพลิน – “ก็อยากจะทำให้ทุกอย่างมันดีเหมือนกันค่ะ เพราะครั้งที่แล้วที่มันไม่ค่อยดีเราเองก็เสียใจมากๆ แต่ถ้าถามว่าพร้อมจะมีครอบครัวหรือยัง ก็พร้อมนะคะ แต่เรื่องข่าวดีตอนนี้ยังไม่รู้จริงๆ”

ท็อป – “อันนั้นอาจจะเร็วไปหน่อย ค่อยๆ เป็นไปทีละสเต็ปครับ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

เพชรา เชาวราษฎร์ งานวันเกิดอายุ 76 ปี ชรินทร์ นันทนาคร ร้องเพลงถึงความหลัง

เพชรา เชาวราษฎร์  นับว่าเป็นดาวค้างฟ้านางเอกตลอดกาลอีกท่านที่ยังอยู่ในใจแฟนละครหลายๆคนสำหรับ เพชรา

เพชรา เชาวราษฎร์ แม้ว่าตอนนี้สื่อจะไม่ได้เห็นหน้าของเธอมาเป็นเวลานานเนื่องจากคุณเพชรา

ประสบปัญหาด้านสุขภาพ แต่แม้จะไม่ได้ออกสื่อแต่ความสวยของคุณเพชรา ยังคงอยู่เสมอ ถึงอายุจะมากแล้วก็ตามแต่ก็ไม่อาจทำอะไรคุณเพชรา ได้เลย และล่าสุดกับคืนวันที่ 19 ม.ค. 62 ที่ผผ่านมาถือเป็นวันเกิดของคุณเพชรา ในวัย 76 ปี

เพชรา เชาวราษฎร์

โดยบรรยากาศในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความอบอุ่นมีการควงคู่สามี คุณชรินทร์ นันทนาคร เข้างานทักทายแขกที่มาร่วมงาน ด้วยสีน่ายิ้มแย้ม นอกจากนี้คุณชรินทร์ ยังร้องเพลงหยาดเพชร ให้ภรรยาสุดที่รักอีกด้วย และภายในงานยังมีเพื่อนๆ พร้อมลูกหลานมาร่วมในงานวันเกิดของคุณเพชรา อย่างอบอุ่น

เพชรา เชาวราษฎร์

ชีวิตส่วนตัวเมื่อครั้งวัยสาว คุณเพชราเคยมีคู่หมั้นเป็นลูกเศรษฐีเจ้าของอู่ต่อเรือประมงเมื่อตอนที่อายุ 15 ปี โดยผู้ใหญ่จะตัดสินใจรับหมั้น แต่ด้วยความที่อายุน้อยจึงบ่ายเบี่ยงไปตลอดเกือบ 2 ปี
ครั้นเมื่อจวนจะถึงวันสมรส เพชราจึงหนีไปก่อนวันเข้าพิธี 20 วัน อันเป็นเหตุที่ทำให้พ่อแม่เธอชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมากและหลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้าหาเธอเพื่อหวังสานสัมพันธ์แต่เธอปฏิเสธทั้งหมด


เธอมีความสนิทสนมกับมิตร ชัยบัญชาอย่างสูง หลังรู้จักกันครั้งแรกจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง บันทึกรักของพิมพ์ฉวี ซึ่งถ่ายทำนานราว 3-4 เดือนจนสนิทสนมกันเพชรากล่าวว่าเธอมองมิตรเป็นพี่ชายที่แสนดีของเธอเพราะเกิดปีเดียวกับพี่ชายคนโตจึงรักและเคารพยิ่ง และมิตรเองก็ทำหน้าที่ปกป้องเพชราหากมีผู้ชายเจ้าชู้เข้ามาใกล้เธอหลังมิตรเสียชีวิต เพชรากล่าวว่าเธอฝันเห็นเขาหลังจากนั้นกว่า 20 ปีคุณเพชรา สมรสกับชรินทร์ นันทนาคร (ศิลปินแห่งชาติ ปี 2541 สาขาศิลปะการแสดง) นักร้องเพลงไทยสากล เพชราและชรินทร์ร่วมงานครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง แพนน้อย จนกระทั่งได้แสดงหนังเรื่อง แผ่นดินแม่ หลังฝ่ายชายได้เลิกรากับสปัน เธียรประสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2518 เพชราและชรินทร์จึงตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งคู่แต่งงานกันเงียบ ๆ เลี้ยงเพื่อนร่วมวงการเพียงไม่กี่คน

เพชรา เชาวราษฎร์
ประมาณ พ.ศ. 2515 เธอเริ่มมีปัญหาเรื่องสายตา เนื่องจากในการถ่ายภาพยนตร์ต้องใช้แสงไฟสว่างจ้าใช้เวลารักษาอยู่หลายปี จนกระทั่งตาบอดสนิททั้งสองข้าง เมื่อ พ.ศ. 2521ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เธอแสดง คือเรื่อง ไอ้ขุนทอง ซึ่งเธออำนวยการสร้าง และแสดงเป็นแม่ของพระเอก รับบทโดยสรพงศ์ ชาตรี สาเหตุของการตาบอดของเพชรา มาจากการไม่ได้พักสายตา ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ต้องร้องไห้บ่อย การขับรถไปทำงานเอง ประกอบกับสมัยนั้น ถ่ายหนังต้องใช้ไฟแรง หรือใช้รีเฟล็กซ์เยอะ ช่วงหลัง ๆ ที่ถ่ายหนังเรื่อง “ไทยใหญ่” เมื่อปี 2513 เริ่มแสบตา แต่เธอก็ยังขับรถไปถ่ายหนังต่างจังหวัดเอง และอดทนแสดงภาพยนตร์จนถึงเรื่องสุดท้ายคือ “ไอ้ขุนทอง” เข้าฉายในปี 2520

เมื่อดวงตาเริ่มมีปัญหา จึงไปหาหมอ แต่ว่าไม่ได้ไปตามนัดโดยสม่ำเสมอ เพราะต้องไปถ่ายหนัง บางวันก็อยู่ต่างจังหวัด พออาการเริ่มหนักขึ้น ถึงขั้นขับรถปีนเกาะกลางถนนหลายครั้ง ช่วงที่อาการหนักมาก ๆ ก็พยายามรักษาทุกวิถีทาง ครั้นเมื่อแพทย์ให้ยารักษาตามารับประทาน เธอได้แพ้ยาดังกล่าวจนตัวบวม จากเดิมน้ำหนัก 47-48 กิโลกรัม ขึ้นหนัก 60 กว่ากิโลกรัม ต้องซื้อเสื้อผ้าคนท้องมาใส่ ผมร่วงหมดศีรษะ ฝ้าขึ้นดำไปทั้งหน้าทั้งตัว เมื่อตัวบวมมาก ๆ ก็หายใจไม่ออกกลืนน้ำก็ไม่ได้ ต้องเข้าไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล การทำงานของไตหยุด พิษยาจึงคั่งค้างทำให้ตัวบวม ต้องรอให้พิษยาลดลง จากที่เคยสวมแว่นดำและนั่งแท็กซี่ไปไหนมาไหนได้เอง ตอนหลังก็มองไม่เห็น ออกไปไหนคนเดียวไม่ได้ ครั้งเวลาต่อมาเธอจึงเข้าผ่าตัดดวงตาด้วยหวังใจจะรักษาให้หาย แต่ผลกลับทำให้ตาที่เห็นเลือนรางกลายเป็นบอดสนิทในที่สุด หลังตาบอดสนิทในกลางปี 2524 หลังจากนั้น เธอก็ไม่ปรากฏตัวที่ไหนอีกเลย

เพชรา เชาวราษฎร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.tnews.co.th…

เป๊ก เปรมณัช เท้าบวมจนแทบเดินไม่ได้ ตั้งตัวไม่ทันอาการเสี่ยงเป็นโรคเก๊าท์

เป๊ก เปรมณัช ทำเอาแฟนคลับตกอกตกใจกันยกใหญ่ เมื่อพิธีกรหนุ่ม เป๊ก-เปรมณัช ได้โพสต์ภาพตัวเองนั่งรถเข็นอยู่ในโรงพยาบาล

เป๊ก เปรมณัช ได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ตนเองก็ตกใจเหมือนกันที่วันแรกเห็นว่าเท้าบวม แต่ก็ยังฝืนไม่ไปหาหมอ เพราะคิดว่าคงไม่น่าจะเป็นอะไรมาก แต่พอปล่อยเวลาให้ผ่านไปอาการไม่ดีขึ้น และได้เจอกับเพื่อนพ่อที่เป็นหมอ บอกเสี่ยงที่จะเป็นโรคเก๊าท์ ตอนนี้ตนต้องดูแลตัวเองมากขึ้น เนื่องจากไม่อยากให้ตัวเองและภรรยาสาว นิว นภัสสร ต้องมาลำบากคอยดูแลไปด้วย

เห็นว่าเป็นเก๊าท์ใช่ไหม ?
“ใครบอก (หัวเราะ) ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆ เท้ามันก็บวมขึ้นมา จากที่เราไปออกกำลังกายกลับมาเราคิดว่าได้ไปเตะอะไรมาหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้เตะอะไร จนวันต่อมาได้ไปดูคอนเสิร์ต BLACKPINK เห็นอาการที่บวมขึ้นมา ต้องเดินกะเผลกๆ พอไปหาหมอกายภาพบำบัดซึ่งปกติหากได้อัลตราซาวด์หรือใช้คลื่นเสียงแล้วมันก็น่าจะบรรเทาลง แต่อีกวันก็ยังไม่บรรเทาลง ก็เริ่มรู้สึกแปลกใจว่าตัวเองเป็นอะไร และมันก็บวมขึ้นมาเรื่อยๆ มีอาการร้อนและแดงขึ้น เหมือนเป็นโรคเท้าช้างเลย ถ้าใครเคยเป็นอะไรที่เท้า ไม่ว่าจะเป็นนิ้วซ้นหรือเล็บขบ จะรู้ว่ามันปวดมากจนเดินไม่ได้ แต่อันนี้มันเป็นอาการอีกแบบที่บวมเป่ง ยกเท้าก็ปวด วางเท้าก็ปวด เดินไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่กับที่ มีวันหนึ่งที่เราพยายามฝืนไปงานแต่งตอนเย็น ได้เจอเพื่อนพ่อที่เป็นหมออยู่ 3 คน เขาก็บอกตรงกันว่า เป็นเก๊าท์แน่เลยลูก (หัวเราะ) ผมก็ตกใจ ว่าเราเป็นเก๊าท์เหรอเนี่ย”

“หลายคนจะบอกว่ามันเป็นโรคคนแก่ แต่คุณหมอบอกอายุ 30 เขาก็เป็นแล้ว มันเกี่ยวกับเรื่องของกรรมพันธุ์ด้วย เกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินด้วย ถ้าเรากินไก่หรือสัตว์ปีกเยอะๆ ไม่ดูแลตัวเอง กินยอดผัก คือทุกอย่างมีผลหมด ทำให้กรดยูริคขึ้น พออักเสบเข้าข้อก็จะบวมขึ้นมา แต่ด้วยความที่ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงพักผ่อนน้อย ก่อนหน้าก็ได้ไปเที่ยวกับนิวแล้วสั่งหอยนางรมมา ซึ่งมียอดกระถินที่เขาห้ามกินยอดผัก นิวไม่มาแย่งผมกิน ผมก็เลยกินคนเดียวหมดเลย (หัวเราะ) พอเรากินอาหารในช่วงที่อักเสบมันก็เลยเข้าไปพอดี กรดยูริคก็สูงขึ้น จริงๆ ต้องตรวจเลือด แต่พอเช็กประวัติประมาณ 2 ปีที่แล้วขึ้นมา มีแถบสีแดงว่ากรดยูริคสูง ตอนนี้ก็กินยาดูว่าจะลดกรดลงได้ไหม”

สรุปคือคุณหมอยังไม่ฟันธงว่าเป็นเก๊าท์ ต้องรอดูอาการอีกทีใช่ไหม ?
“ใช่ครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีการตรวจเลือดเพราะต้องตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว ซึ่งทางบ้านผมจะมีคุณพ่อที่กรดยูริคสูงเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็น ขนาดคุณพ่อยังไม่เป็นอะ แต่นี่เป็นแซงพ่อ ก็งงเหมือนกัน เราเลยคิดว่าเราใช้ร่างกายคุ้มเกินไปหรือเปล่า ทำให้พักผ่อนน้อย อาจจะเพราะการกินด้วย ตอนนี้ก็ต้องพิจารณาและมองตัวเองใหม่แล้วว่าเราต้องดูแลตัวเองมากขึ้นนะ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเป็นปัญหากับตัวเรารวมไปถึงคนรอบข้างด้วย ฉะนั้นอย่าทำให้ตัวเราเป็นภาระเลย”

เป๊ก เปรมณัช

คุณหมอบอกวิธีการรักษายังไงบ้าง ?
“ลดอะไรก็ตามที่ส่งผลต่อกรดยูริคสูงขึ้น และกินยาแก้เก๊าท์ พอมาฟังแล้วว่าถ้าเรากินยาแก้อักเสบ มันก็จะแก้กล้ามเนื้ออักเสบได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ากินยาแก้เก๊าท์ก็จะไปสลายกดยูริคในข้อได้”

วันนั้นที่นั่งรถเข็น คือถึงกับเดินไม่ไหวเลยใช่ไหม ?
“คือตื่นเช้ามาก็เดินไม่ได้แล้ว เราไม่รู้จริงๆ ว่ามันเป็นหรือเปล่านะ แต่มันนอนไม่ได้ ตื่นเช้ามาเลือดมันคั่ง แค่เราจะเหยียบพื้นก็ไม่ได้แล้ว ต้องกัดฟันและลากไปจนถึงห้องน้ำ ทำให้รู้ว่ามันใช้ชีวิตลำบากนะ ต้องแคนเซิลงานไป 2 งานแล้ว วันนี้ถือว่าเป็นการทำงานวันแรกที่รู้สึกว่าโอเคขึ้น”

มีเตรียมใจไว้ไหม หากผลออกมาว่าเป็นเก๊าท์จริงๆ ?
“เฉยๆ เลย อย่างที่คุณหมอบอกว่าเก๊าท์ไม่ได้น่ากลัว คนที่คิดว่าเก๊าท์เป็นแล้วไม่หาย ไม่จริงมั้ง แค่เราลดอาหารพวกนั้นไป มันก็บรรเทาทำให้กรดยูริคลดลงได้ และที่เขาบอกว่าถ้าใครรู้ว่าจะเป็นหรือบวมก็ให้กินยาดักไว้ก่อนประมาณ 4-5 วัน เดี๋ยวมันก็จะหายไป แต่พอมันเป็นแล้วคิดว่า 4-5 วัน เดี๋ยวเราก็คงหายด้วยสุขภาพของเราด้วย แต่ปรากฏมันไม่หาย ตอนแรกกะว่าจะหายให้ทันเตะบอลกับทีมหมูป่ากับเพื่อนๆ แต่ดันมาเป็นช่วงนี้ก็เซ็งเหมือนกัน ก็พยายามจะให้หายทัน อยู่บ้าน ไม่กินอะไรทั้งนั้น อยู่ให้ขานิ่งที่สุด แต่ก็ยังหายไม่ทัน แสดงว่ามันไม่ได้มีกำหนดการของมันว่ากินยาแล้วจะหายกี่วัน”

ช่วงนี้ยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติไหม ?
“ผมว่ามันไม่ได้วุ่นวายขนาดนั้น ออกกำลังกายทุกอย่างได้เหมือนเดิม แค่ตรงข้อที่มันอักเสบ มันลดบวมหายไป กรดยูริคมันสลายหายไป ก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม คาดว่านะ เพราะเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ก็ตกใจว่าถ้าหายจะเป็นยังไง มันก็ทำให้เราได้รู้จักมันเลย”

นิวว่ายังไงบ้าง พอเห็นเท้าเราบวม ?
“เขาก็ตกใจ และถามว่าเป็นอะไร เป็นห่วงมาก ดูแลทุกอย่าง มันเลยทำให้รู้ว่าถ้าเราทำตัวเป็นภาระ เราก็จะสงสารคนรอบข้างนะ และสงสารตัวเราด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

แอน ทองประสม อยากฟังคำหวานๆ จาก เอ ทินพันธ์ บ้าง คำว่าสวยยังไม่เคยได้ยิน

แอน ทองประสม ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักคนดังที่แฟนๆ ต่างก็รอลุ้นที่จะฟังข่าวดี สำหรับคู่ของ แอน-ทองประสม และ เอ-ทินพันธ์ ตันตินิรันดร์

แอน ทองประสม นอกจากจะเป็นคู่รักที่มีเคมีเข้ากันแบบสุดๆ แล้ว หลายๆ โมเมนต์ที่ทั้งคู่หยอกล้อเล่นกันในโลกโซเชียล ก็ยังมุ้งมิ้งดีต่อใจสำหรับใครหลายคนอีกด้วย

แต่ทว่าล่าสุดทางด้านของนางเอกสาวชื่อดัง แอน กลับออกมาเปิดเผยว่า จริงๆ แล้วเธออยากจะให้ เอ ทินพันธ์ เอ่ยคำพูดหวานๆ ให้ได้ยินบ้าง เพราะปกติอีกฝ่ายมักจะแกล้งติให้ต้องรู้สึกไม่ดีตลอด ส่วนทางด้านภาพถ่ายสุดประทับใจที่แฟนๆ นำมาแชร์ต่อกันในโลกโซเชียล เกี่ยวกับมิตรภาพอันยาวนานระหว่างเธอและ นัท มีเรีย นั้น แอน  ก็ได้เผยให้เราฟังว่า

ภาพพี่แอนพี่นัทที่หลายคนพูดถึง ?
“แอนกับนัทเรารู้จักกันมาตั้งแต่อายุ 13-14 ปี เราเป็นทั้งเพื่อนสนิท เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้ช่วงหลังเราสองคนจะแยกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็ยังเหมือนเดิม และในฐานะที่เราเป็นเพื่อน เราก็จะดูแลกันต่อไป เราอยากให้กำลังใจเพื่อนเรา”

“ถามว่ากำลังใจของนัทตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เอ่อ…นัทเขาเข้มแข็งมากนะ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาก็ดูแลคุณแม่ของเขาดีที่สุดทุกวัน เขาทำหน้าที่ของคนเป็นลูกได้ดีมากๆ ซึ่งเราก็เห็นถึงความปล่อยวางของเขา เราคิดว่าเพื่อนคงเสียใจแต่ตั้งรับได้”

อะไรคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวมิตรภาพของเราสองคนได้นานขนาดนี้ ?
“เราสองคนงอนกันตีกันทุกรูปแบบตอนเด็กๆ พอโตขึ้นมาเราก็เถียงกันน้อยลง ความรู้สึกมันเหมือนเป็นพี่น้องกันมากกว่า เราไม่ได้คาดหวังอะไรจากมิตรภาพที่มีให้กัน เราเติมเต็มให้กัน ถึงแม้จะทะเลาะกันบ้างแต่เราก็ให้อภัยกัน คนเรามีวูบวาบได้เสมอ เราผิดเขาผิด แต่สุดท้ายเราจะสามารถเดินจับมือกันต่อไปได้ ถ้าหากเรารักกันมากพอ”

ส่วนตัวเราเองยังมีอะไรที่ห่วงเพื่อนคนนี้อีกไหม ?
“ไม่ห่วงแล้ว แอนน่าห่วงกว่า (ยิ้ม) คือเขาก็แต่งงานมีครอบครัวของเขาแล้ว เขามีอั้มเข้ามาช่วยดูแล มีครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวนัทเป็นครอบใหญ่ ส่วนครอบครัวแอนเป็นครอบครัวเล็กๆ อยู่กันแบบเล็กๆ แอนเชื่อว่าเขาสบายมากค่ะ”

แอน ทองประสม

เราบอกว่าพี่นัทไม่มีอะไรต้องห่วง แล้วตัวเราเองล่ะ ปีใหม่แล้วจะมีข่าวดีหรือเปล่า ?
“นั่นน่ะสิ (หัวเราะ) ก็ไม่รู้เลย ไม่ได้คุยกันเลย คบกันไปแบบนี้เรื่อยๆ ก่อน อาจจะไม่เหมือนคู่อื่น มันชัดเจนนะแค่ยังไม่ได้แต่งงาน”

สถานะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ใช้คำว่าหวานขึ้นได้ไหม ?
“ไม่นะ คือเราเหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้วมากกว่า จะให้เรามาดูแลเทคแคร์สวีทหวานเป็นวัยรุ่นก็คงไม่ใช่ แถมสไตล์แอนก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นอยู่แล้วด้วย”

แต่แฟนๆ ก็ชอบนะดูมีความน่ารักเวลาที่เราสองคนแกล้งกัน ?
“เขาชอบแกล้งแอน ชมไม่เป็นหรอก ชอบติมากกว่า บางทีเราก็บอกพูดสิ่งดีๆ ให้ได้ยินบ้างได้ไหม แอนมีดีบ้างหรือเปล่า ฟังแล้วเหมือนแอนไม่มีดีเลย ไปหาผู้หญิงอื่นไป ไปเอาคนอื่นเลยไป (หัวเราะ) เขาก็ขำๆ คือเขาไม่เคยชมแอนว่าสวย ไม่เคยชมแอนว่าเก่งเลย แต่ถามว่างอนไหม จริงๆ ก็ไม่งอนนะ รำคาญมากกว่า เขาชอบติ นั่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่ดีไปซะหมด ไม่ดีสักอย่างคบฉันทำไม (หัวเราะ)”

เขาอาจจะเก็บไว้ชมเราวันแต่งงาน ?
“โอ้โห…ตอนนั้นคงหูตึงแล้ว ไม่ได้ยินแล้ว (หัวเราะ)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

ฐิสา ริฏฐิสา ตกใจ! ปั้นจั่น ประกาศจีบ กล้าๆหน่อยตอนนี้ยังไม่เห็นโผล่มา

ฐิสา ริฏฐิสา หลังพระเอกมาดเข้ม ปั้นจั่น–ปรมะ อิ่มอโนทัย ประกาศชัดว่าสถานะตอนนี้โสดสนิท และยอมรับว่าชื่นชอบนางเอกสาวขาวโอโม่ ฐิสา–วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร

ฐิสา ริฏฐิสา คนนี้แหละตรงสเปกเลย พร้อมที่จะเดินหน้าจีบ ล่าสุดเจอสาว ฐิสา มาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ “7 สี คิดดี คิดส์ เดย์” ที่ลานไนน์สแควร์ และลานเวสต์วิลเลจ ชั้น1 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9 เลยถามถึงความสัมพันธ์กับหนุ่ม ปั้นจั่น ว่า

ถ้าเค้าเดินหน้าจีบขึ้นมาจะเปิดโอกาสให้เค้ามั้ย?

ฐิสา กล่าวยิ้มๆว่า “จริงๆกับพี่ปั้นจั่น หนูยังไม่ได้เจอเค้าหรือพูดคุยกันจริงๆเลย ที่เจอและมีรูปคู่กัน คือมันแค่บังเอิญเจอกันจริงๆค่ะ และถ้าเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน หนูก็จะไม่ค่อยกล้าคุย”

ฐิสาเขินรึเปล่า?

“ไม่ใช่ว่าเขินหรอกค่ะ แต่คือว่าเราไม่รู้จักไงคะ ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเค้า ซึ่งก็เป็นกับทุกคนน่ะค่ะ”

ปั้นจั่นอยากให้เราเปิดโอกาสให้เค้าบ้าง?

“ก็ยังไม่เคยเจอ หรือยังไม่เคยเจอกันแบบที่ไม่ได้บังเอิญเจอ เลยยังไม่ได้คุยและยังไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

ทราบข่าวที่เค้าให้สัมภาษณ์ถึงเราว่าเค้าอยาก จีบเราบ้างมั้ย?

“ไลน์ถล่มมาก และตกใจมาก พอข่าวออกมาทุกคนก็ไลน์มาถามกันเยอะมาก เป็นเรื่องตลกดี เราก็บอกทุกคนว่าใจเย็นๆก่อน ยังไม่มีอะไรเลย พอมีข่าวออกไปทุกคนก็ตื่นตกใจ ซึ่งจริงๆแล้ว ยังไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

มีคนยุให้คบกันมั้ย?

“ก็มีทั้งสองเสียงค่ะ มีทั้งยุและเบรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ”

ตอนนี้เราก็ยังไม่เปิดโอกาสให้เค้า?

“ไม่อยากใช้คำว่าเปิดหรือปิดค่ะ เพราะว่าเรายังไม่เคยเจอ หรือรู้จักกันจริงๆ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับพี่เขานะคะ หมายถึงคนอื่นๆด้วย ถ้าเข้ามาคุยกับหนูเลย หนูอาจจะไม่คุยด้วย เพราะหนูค่อนข้างระวังนิดนึงค่ะ”

นอกจากปั้นจั่นแล้ว มีหนุ่มคนอื่นๆเข้ามาคุยกับเราบ้างมั้ย?

“ตอนนี้ก็ยังนะคะ”

เป็นเพราะมีข่าวกับปั้นจั่นรึเปล่าหนุ่มอื่นเลยถอย?

“อาจจะไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ทุกคนอาจจะเริ่มกลัวว่าหนูคงไม่ยอมคุยด้วยแล้ว”

เราปิดตัวเองมั้ย?

“ไม่ได้ปิดนะคะแต่เราเป็นผู้หญิงอาจจะต้องระวังตัวและต้องคิดเยอะ อายุก็เริ่มเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่าเราต้องดูแบบจริงจัง ค่อยๆดู ไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด”

กลัวคนมองว่าหยิ่งมั้ย?

“หนูไม่หยิ่งเลยค่ะ”

ผู้ชายแบบไหนที่เราจะยอมเปิดใจคุยด้วย?

“จริงๆ ไม่มีสเปกนะคะ แค่เราคุยแล้วสบายใจ ก็จะรู้สึกว่าค่อยๆคุยไปเรื่อยๆน่าจะโอเคกว่า แต่ถ้าเข้ามาแบบตื่นตกใจหรือจู่โจมเลยเนี่ย หนูก็อาจจะตกใจ ใจเย็นๆกันนะคะ”.

ฐิสา ริฏฐิสา

ทำเอาหลายคนแปลกใจที่ นักแสดงหนุ่ม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย ประกาศตัวว่าโสดแล้ว หลังคบหากับแฟนสาวนอกวงการมานาน พร้อมกับมีข่าวว่าตามจีบนางเอกสาวต่างค่าย ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร อยู่ คนเลยยิ่งสงสัยและคาดเดาว่า นางเอกสาวอาจจะเป็นมือที่สามหรือเปล่า มีโอกาสเจอหนุ่มปั้นจั่น เลยให้เจ้าตัวชี้แจง

ประกาศว่าโสดแล้ว
“ที่จริงโสดมาตั้งแต่งานอีเว้นต์ก่อนที่ได้เจอพวกพี่ 4 เดือนกว่าแล้ว แต่ว่ารอบนั้นไม่ได้มีใครถาม ถ้าไม่ถาม แล้วจะให้มาบอกว่าผมโสดแล้วนะ มันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ต้องอัปเดต ตอนนี้บอกเลยว่าก็โสดแล้ว เป็นเพื่อนกัน ก็ยังทักทายส่งกำลังใจให้กันอยู่ครับ ส่วนเรื่องสาเหตุขอเป็นเรื่องส่วนตัว เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว พอเราเป็นเพื่อนกันแล้วมันก็ยังดูแลและเจอกันได้ ผมว่าปัญหาเป็นเรื่องของเวลาด้วยและเรื่องของความไม่เข้าใจกันด้วย ถามว่าเสียดายเวลามั้ย ผมว่าทุกครั้งที่เราเริ่มมีความรัก มันก็คาดหวัง จะช้าจะเร็วมันเสียดายหมดแหละ”

มีข่าวกับ ฐิสา-วริฏฐิสา คนเลยตีความว่าเป็นมือที่สาม
“ผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก ฐิสาเป็นนักแสดงที่ไม่มีข่าวเสียหายเลย ผมเองก็ไม่อยากไปเป็นส่วนหนึ่งให้เขาด่างพร้อย ผมก็กลัวในจุดนี้ วันนั้นผมเจอน้องจริงๆ แล้วผมก็ขอถ่ายรูปแล้วก็โพสต์ ปกติผมเจอนักแสดงผู้หญิงเยอะ แต่ผมไม่ได้ลง ผมปลื้ม”

ยอมรับเลยว่าปลื้มเขา
“ยอมรับครับ (หัวเราะเขิน)”

จีบเขามั้ย “เขาเป็นผู้หญิงในสเปกที่ผมชอบ”

เกิดขึ้นหลังจากที่เราเลิกกับแฟนแล้วใช่มั้ย
“ใช่ครับๆ มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นครับ ถ้าถามว่าจีบฐิสามั้ย บอกได้เต็มปากว่ายังไม่ได้จีบ เพราะว่าจีบไม่ได้ เพราะว่ายังไม่ได้บอกกับพี่ๆว่าผมโสดแล้ว จากนี้ก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเข้าทางไหนดี”

หลังจากนี้เดินหน้าจีบเต็มที่
“ยังไม่ได้ถึงขนาดนั้น ถ้ามีจังหวะ ถามว่ามีไลน์คุยกันมั้ย ผมไม่ได้คุยเลย ไม่มีไลน์ครับ ไลก์รูปอย่างเดียว ไม่กล้าขอจากใครครับ ถ้าขอก็ต้องขอจากน้องเอง”

ถ้าจะจีบ จะจีบด้วยตัวของเราเอง
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นครับ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องนี้ เวลาผมรู้สึก ผมก็แสดงออก แต่คำถามนี้ตอบยาก ตอบเพื่อไม่ให้เราโดนด่า แล้วน้องโดนว่า เรื่องพวกนี้มันก็เซ้นสิทีฟ ผมก็พยายามจะระวังให้มากที่สุดและชัดเจนให้มากที่สุด”

เปิดใจกับความรักครั้งใหม่แล้ว
“ความรักมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น เมื่อตอนนี้เราโสด อยู่คนเดียว มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเริ่มใหม่ ก็ต้องเรียนรู้กันไปก่อน มันจะไปถึงขั้นนั้นหรือเปล่า เราก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน เวลาเราพูดเราก็ต้องระวัง เพราะมีแฟนๆคอยจับตามองอยู่”

รู้ใช่ไหมว่าน้องเขาก็โสด “ผมทราบครับว่าน้องโสด ผมก็ดูข่าว ได้ดูที่เขาสัมภาษณ์ น้องบอกว่าไม่ได้ปิดโอกาสใช่มั้ย ก็หวังว่าน้องจะไม่ปิดโอกาสพี่ครับ(ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

แอฟ ทักษอร ปมดราม่าวันเกิด ปีใหม่ บอกชวน สงกรานต์ แล้วแต่เขาไม่สะดวกมา

แอฟ ทักษอร กลายเป็นดราม่าไปซะแล้ว! เมื่อวันเกิด น้องปีใหม่ ลูกสาวสุดที่รักของ แอฟ  กับอดีตสามี สงกรานต์

แอฟ ทักษอร  กลับไร้เงา สงกรานต์ มาร่วมงาน จึงทำให้ชาวเน็ตเข้าไปคอนเมนต์ดราม่าในอินสตาแกรมว่าทำไมไม่ไปงานวันเกิดลูกสาว

ล่าสุดงาน คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์ ซึ่ง แอฟ ทักษอร ได้มาร่วมงานกับ น้องปีใหม่ ที่มาเป็นนางแบบตัวน้อย สื่อจีงไม่พลาดที่จะถามถึงเรื่องราวประเด็นดราม่าดังกล่าว ซึ่ง แอฟ บอกว่าชวนอีกฝ่ายแล้วแต่เขาไม่สะดวก

มีคำอวยพรอะไรให้ปีใหม่บ้าง?

“วันเกิดปีใหม่ที่ผ่านมาก็แฮปปี้มากค่ะ มีความสุขมากค่ะ ขอบคุณทุกๆ คำอวยพร ทุกๆ ของขวัญที่ส่งมา ทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก”

น้องปีใหม่ชอบอะไรเป็นพิเศษไหม?

“เด็กเขาจะชอบโมเมนต์การแกะของขวัญและเป่าเค้ก แอฟเชื่อว่าของขวัญไม่จำเป็นต้องถูกหรือแพง แต่เขาชอบที่จะลุ้นว่าข้างในคืออะไร”

ปีนี้เยอะสุดไหม?

“พอๆ กันค่ะ”

มีคำอวยพรอะไรให้เขา ?

“จริงๆ ก็เหมือนของแม่ทั่วๆ ไป คืออยากให้เขามีความสุขในทุกๆ ช่วงของชีวิต และสุขภาพดี”

มีโหมดซึ้งไหม?

“เขาก็บอกรักแม่ เขาบอกว่าวันเกิดหนู แต่อยากให้แม่มีความสุข”

มีคนมาคอมเมนต์ว่าสงกรานต์ไม่ไปงานวันเกิดลูกสาว แต่สงกรานต์คอมเมนต์กลับว่า ถ้าไปได้คงไปแล้ว หลายคนเลยคิดว่าแอฟไม่ให้ไปหรือเปล่า?

“ตอบได้ชัดเจนเลยค่ะว่าไม่ได้มีการไม่ให้ไป และแอฟก็เชิญค่ะ เชิญทั้งคุณสงกรานต์ และเชิญทั้งคุณพ่อคุณแม่คุณสงกรานต์ด้วยค่ะ ถ้าจะเอาชัดเจน จริงๆ เนี่ย แอฟให้คิวตั้งแต่วันที่ 29 ก่อนวันเกิดลูกนะคะ คุณสงกรานต์ก็ไม่ได้มา แต่มันก็ยังไม่ถึงวันเกิดนะ พอถึงวันเกิด วันที่ 1 ก็มีการเชิญล่วงหน้า ก็บอกชัดเจนว่าเชิญมาพิธีทางสงฆ์ เชิญมาเลี้ยงพระ ถวายสังฆทานและก็เชิญร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพราะตอนกลางวันเราก็เลี้ยงวันเกิดปีใหม่ ก็จะมีญาติๆ แอฟ เลยเชิญทั้งคุณสงกรานต์ และคุณพ่อคุณแม่ด้วย เขาก็มีการตอบกลับมาล่วงหน้าวันที่ 31 มั้งคะ ว่าไม่สะดวกมาร่วมงาน”

แอฟ ทักษอร

ทางฝั่งสงกรานต์ก็จัดส่วนตัวกันอีกรอบนึง?

“ก็มีไปทานข้าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ค่ะ”

ตอนที่เขาจัดงานวันเกิดให้น้องได้พูดอะไรไหม?

“ไม่ได้ชวนค่ะ เพราะมันไม่ได้เป็นการจัดงานวันเกิด วันนั้นเขามารับปีใหม่เป็นปกติ เพราะมารับทุกอาทิตย์อยู่แล้ว แล้วเราก็ไม่ได้ถามอะไร อย่างมากก็แค่จะถามว่าไปไหน แต่วันนั้นไม่ได้ถาม”

ตกลงกันในเรื่องของเวลาในการดูลูก?

“จะถามกันเป็นระยะค่ะ ทุกวันนี้ก็จะเช็คคิวกันค่ะ อย่างก่อนวันเกิดก็จะให้คิวไปวันที่ 28-29 นะ 28 คุณสงกรานต์มา 29 ไม่ได้มา และให้วันที่ 1 และวันที่ 2 ก็ให้ไปหมดเลย ก็แจ้งล่วงหน้า ไม่ได้แจ้งแค่คุณสงกรานต์คนเดียว แจ้งผู้ใหญ่ด้วย เฉพาะในส่วนของแอฟนะคะ ให้ทั้งก่อนและวันจริง และหลังวันเกิดด้วย เพราะว่าแอฟไปญี่ปุ่นวันที่ 3 แอฟเห็นแล้วว่าเดี๋ยวเราจะไม่อยู่ ก็เทคิวให้เขาก่อน”

มีรูปไปหา พี่บอย ถกลเกียรติ หลายคนมองว่าจะไปช่อง One?

“ไปสวัสดีปีใหม่ ไปสวัสดีปีใหม่หลายๆ ท่าน อากู๋ พี่เล็ก บุษบา พี่บอย พี่ป้อน”

มีการทาบทามไหม?

“ยังไม่แน่ค่ะ พี่บอยอาจจะไม่เอาก็ได้ (หัวเราะ)”

มีทาบทามลงละครไหม?

“อย่างที่บอกค่ะ ก่อนหน้านี้ก็มีคุยเรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะทางฝั่งแกรมมี่ แต่หลายๆ ช่องค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่ความเหมาะสม บท การทำงาน เพราะแอฟไม่ได้ฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแอฟยังห่วงน้องอยู่ แอฟก็อยากจะเล่นละคร และคิดถึงมานานแล้ว และรู้สึกว่าลูกก็โตในระดับนึง ไม่ต้องห่วงในการไปโรงเรียน”

กลับมาครั้งนี้แซ่บกว่าเดิมไหม?

“สงสัยมีคนคิดอย่างนี้แน่เลย บทก็เลยมาแต่แบบว่า (ยิ้ม) มีหลายแบบค่ะ แซ่บก็มี น่าสงสารก็มี ถามว่าอยากเล่นแซ่บๆ ไหม อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ มันขึ้นอยู่กับบริบทหลายอย่าง เพราะเวลาจะเลือกละคร ไม่ได้เลือกแค่ที่บทอย่างเดียว หวังว่าจะเลือกได้ (ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

แทค ภรัณยู แบดบอยให้เป็นอดีตไป เตรียมตัวเลี้ยงลูกชาย ปัดคบซ้อน!! ลูกตาล

แทค ภรัณยู ปิดใจครั้งแรก! หลังแต่งเงียบกับ ไฮโซสาวเบลล์ เองตระกูล พร้อมกับเตรียมตัวเป็นพ่อคน

แทค ภรัณยู เผยเป็นไปตามข่าว ทำตามประเพณีทุกอย่าง เรียกว่าเป็นการทำบุญมากกว่า เป็นการให้เกียรติพ่อแม่ฝ่ายหญิง เป็นพิธีเล็กๆ ทุกอย่างมีขั้นตอนปกติ ปัดฟ้าแลบใช้ชีวิตปกติ มีการวางแผนหมดแล้ว คบ 2-3 ปีที่ไม่มีข่าว แจงอยากลองศึกษากันแบบเงียบๆ จะรับไลฟ์สไตล์ตนได้มั้ย เจอกันที่อีเว้นท์งานนึง ฝ่ายหญิงเข้าใจดี

สถานะก่อนหน้านี้คือคนพิเศษคนนึงที่คุยกัน ควงไปไหนมาไหนปกติ ใช้ชีวิตปกติ ไม่ปิดและไม่เปิด เลือกคนนี้เพราะไปมาหาสู่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เริ่มความผูกพัน เกิดเป็นความรัก ในเมื่อพร้อมก็มีน้องได้เลย เพราะอายุเยอะแล้ว วางแผนกันเรียบร้อยแล้ว บอกให้ย้อนดูคำสัมภาษณ์ของตนที่ว่าจะมีลูกตอน 35 เรื่องที่บอกโสดมาตลอด และมีข่าวกับสาวๆ เปรยผ่านไปแล้ว ตอนนี้คือเรื่องปัจจุบัน มีครอบครัวแล้ว ครอบครัวมาก่อน ลูกมาก่อน ก่อนหน้าไม่จำเป็นต้องประกาศใครว่ามีแฟนมั้ย

แทค ภรัณยู

เรื่อง ลูกตาล ร็อคซี่ พิธีกรและนางแบบโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อเรื่องรักหรือคบซ้อนนั้น บอกรู้จักกันมานาน มีคุยผ่านข้อความใน FB ปกติ ไม่ได้เจอปีกว่า ที่อีกฝ่ายบอกช็อก ก็ไม่รู้ว่าเรื่องออะไร ไลน์ไปสอบถามแล้ว ยันไม่ได้คบซ้อน ไม่มีนัยยะ ถามอีกฝ่ายแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มีประเด็นอะไร ฝ่ายหญิงบอกระบายเรื่องปกติ ตนก็เม้นต์แซวปกติ ให้ความเข้าใจไประดับนึงอีกฝ่ายเข้าใจในสไตล์ตนดี ลุคเพลย์บอยเป็นอดีตไปแล้วตอนนี้มีครอบครัว มีลูกแล้ว ขอเปลี่ยนคำว่าแบดบอยเป็นแฟมิลี่แมนดีกว่า ถามว่าถอดเขี้ยวเล็บมั้ย บอกเสือยังไงก็เป็นเสือแล้วแต่ว่าจะจำศีลหรือเปล่า บอกพ่อตาเป็นตำรวจ ที่สำคัญพี่เขยโหด(หัวเราะ)

ความรู้สึกแรกที่มีลูก วิ้งก่อนเลย คิดต่างๆ นาๆ ว่าลูกจะเป็นยังไง เปรยได้ลูกชาย ตั้งชื่อว่า “พารัน” บอกตนแพ้ท้องแทนเมีย ไม่เคยอยากกินกะท้อนก็กิน ไม่เคยอยากกินมะขามก็กิน เป็นผื่นกุหลาบ อยากกินอุทัยทิพย์อะไรทำนองนี้ ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนระดับนึง ลุคปกติ แต่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นแฟมิลี่แมน ฝ่ายหญิงเข้าใจไลฟ์สไตล์ตนดี เตรียมพื้นที่ไว้สักรูปลูกแล้ว เผย มิค บรมวุฒิ เป็นคนในวงการคนแรกที่รู้เรื่องตนมีลูก มีปรึกษาเรื่องเลี้ยงลูกกัน แนะนำที่ฝากท้อง ไม่มีแอบ ไม่มีใครตกใจ มีแต่ยินดี

ด้านคุณพ่อตนแฮปปี้ มีหลานให้แล้ว วางแผนชีวิตครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพฯ ทางพ่อตาเตรียมพื้นที่ให้แล้ว open ให้เข้าไปอยู่ ชมพ่อตาดีมาก เตรียมเรื่องงานแต่ง ประสานงานให้ทุกอย่าง เข้าไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง ตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายเข้าไปพ่อตากำลังทำห้องให้ สิ้นเดือนนี้เล็งไปกินข้าวที่บ้าน เป๊ก สัณชัย ภายในครอบครัว ทายาทลองมีคนนึงก่อน ลองเลี้ยงดูก่อนว่าเป็นยังไง กำหนดคลอด พ.ค. – มิ.ย. รับกังวลตลอดว่าจะเลี้ยงลูกให้ดีได้หรือเปล่า บอกตนไม่ใช่คนดี แต่จะพยายามเลี้ยงให้ดี่ที่สุด

เผยฝ่ายหญิงมีธุรกิจอยู่แล้ว รับจัดอีเว้นท์ ต่างคนต่างทำงานเหมือนเดิม ส่วนจากนี้ถ้ามีใครออกมาแสดงความเป็นเจ้าของหรือแฉอีก จะบอกมีครอบครัวแล้ว มีลูกแล้ว!! เรื่องนามสกุลลูกยังไม่ได้ตกลงกันว่าจะใช้นามสกุลใคร ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส บอกไม่ซีเรียสอะไร ง่ายๆ สบายๆ ณ ตอนนี้สิ่งที่วางแผนไว้ในชีวิตเกือบครบถ้วนแล้ว เหลือแค่การเลี้ยงลูกให้ดีว่าจะยังไงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com

ฟ่าน เฉิงเฉิง กับเส้นทางในวงการบันเทิงที่ปูด้วย ‘หนามกุหลาบ’

ฟ่าน เฉิงเฉิง ไอดอลหนุ่มหล่อ สมาชิกบอยแบนด์ C-POP วง NEX7 และ Nine Percent ตกอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง

ฟ่าน เฉิงเฉิง หลังกระแสข่าวว่าเขาคือลูกนอกสมรสของซุปเปอร์สตาร์สาว ฟ่าน ปิงปิง กับนักแสดงรุ่นใหญ่ หง จินเป่า โหมกระพือขึ้นมา

ความคลางแคลงใจที่แฟนๆ วงการบันเทิงจีนมีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง  ปิงปิง และ  เฉิงเฉิง นั้น เกิดเป็นคำถามขึ้นมานับตั้งแต่มีการเปิดเผยว่าทั้งคู่เป็นพี่สาว-น้องชายที่มีอายุห่างกันถึง 19 ปี แม้ ฟ่าน ปิงปิง จะเคยยืนยันว่าน้องชายของเธอนั้นเป็นลูกหลงที่เกือบไม่ได้ถือกำเนิดเพราะนโยบายของรัฐบาลจีน(ซึ่งสนับสนุนให้แต่ละครอบครัวมีทายาทเพียงคนเดียว) แต่ก็ดูเหมือนข้อสงสัยก็ไม่ได้จางหายไป

การก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงของ ฟ่าน เฉิงเฉิง ไม่ได้อาศัยใบบุญของพี่สาว แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธว่า ‘เงา’ ของ ฟ่าน ปิงปิง อยู่กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาถูกจับจ้องนับตั้งแต่มีข่าวลือว่า “น้องชายของ ฟ่าน ปิงปิง กำลังเป็นเด็กฝึกอยู่ที่เกาหลีใต้” จนทางต้นสังกัด Yuehua Entertainment บริษัทสัญชาติจีนที่กำลังรุกวงการ K-POP ออกมายอมรับว่าเป็นความจริง

ฟ่านเฉิง
ไม่ใช่เพียงหน้าตาอันหล่อเหลา แต่ Yuehua. เปิดเผยว่า ฟ่าน สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และยังเรียนรู้ภาษาเกาหลีได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ต้นสังกัดจะส่งเขาและเด็กฝึกอีกหลายคนภายในค่ายไปแสดงความสามารถผ่านการแข่งขันในรายการเซอร์ไววัล Idol Producer (หรือที่แฟนคลับรู้จักในนาม Produce 101 เวอร์ชั่นประเทศจีน)

ฟ่านเฉิง

ในรายการ Idol Producer เฉิงเฉิง พยายามอย่างมากในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ผู้คนรู้จักเขามากกว่าฐานะ “น้องชายของ ฟ่าน ปิงปิง” ทั้งความสามารถและความมานะจึงทำให้เขาได้ติดอยู่ในอันดับ TOP9 ได้รับสิทธิ์ในการเป็นหนึ่งในสมาชิกของศิลปินกลุ่มชั่วคราวที่มีชื่อว่า Nine Percent

ในขณะที่ Nine Percent กำลังเตรียมก่อกำเนิด ฟากต้นสังกัด Yuehua Entertainment ก็รวมตัว 7 เด็กฝึกชายในค่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ  เฉิงเฉิง เดบิวต์เป็นบอยแบนด์กลุ่มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า NEX7 ทำให้เขาและสมาชิกอีก 2 คน ต้องทำงานคู่ขนาน เป็นสมาชิกของทั้งสองวง จนกว่า Nine Percent จะหมดสัญญาและยุติบทบาทลงในเดือนตุลาคม ปี 2019

ฟ่าน-เฉิงเฉิง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกของบอยแบนด์คิวฮอตทั้งสองวง อย่าง NEX7 และ Nine Percent ในเวลาเดียวกัน เป็นเรื่องหนักหนา… และการทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อฟันฝ่ามรสุมข่าวที่พัดกระพือไม่ยอมหยุด ก็แสนสาหัสสำหรับเด็กหนุ่มวัยเพียง 18 ปีเช่นกัน

ทั้งนี้ เฉิงเฉิงก็มีชื่อเสียงพอตัว หลังจากร่วมประกวดรายการเฟ้นหาไอดอลอย่าง Idol Producer แถมยังเป็นหนึ่งในผู้ชนะรายการจนได้เดบิวต์กับวง Nine Percent ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในประเทศจีน

ส่วนทางด้านหง จินเป่า ได้รีไทร์ตัวเองจากวงการเนื่องจากความอ้วนในวัยหนุ่มทำให้สุขภาพขาไม่ดี ส่งผลให้เจ้าตัวต้องไปไหนมาไหนด้วยวีลแชร์

ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทั้งสองนักแสดงว่า ข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com…

สวยขนาดนี้ยังเอาไม่อยู่! 4 สาว ‘ดารา’ รักสะดุด ชีวิตคู่มีปัญหา

สวยขนาดนี้ยังเอาไม่อยู่! เมื่อพูดถึงเรื่องความรักในแบบคนรักหรือคู่ชีวิตในปัจจุบันสวยขนาดนี้ยังเอาไม่อยู่!

สวยขนาดนี้ยังเอาไม่อยู่! หลายคนเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องหน้าตาค่อนข้างมีส่วน แต่หลายคนก็มองว่าหน้าตาไม่ได้มีผลกับความรัก นิสัยต่างหากที่สำคัญ

เมื่อถามคู่รักทั้งหลายส่วนมากมักจะพูดไปในทางเดียวกันว่ามองที่หน้าตาก่อน หลังจากนั้นถึงค่อยศึกษานิสัย หากนิสัยไปด้วยกันได้ก็ค่อยสานสัมพันธ์ต่อจนเป็นความรัก

แต่หากนิสัย ความเข้าใจ ทัศนคติไม่ตรงกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนอกใจคนรัก ความรักก็ไปไม่รอดอยู่ดี

เหมือนอย่างความรักของสาวสวยในวงการบันเทิงหลายคนที่ดูเหมาะสมกับคนรักของเธอทุกอย่าง แต่เมื่อใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไปกลับเกิดปัญหาจนกลายเป็นประเด็นร้อนและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วเมือง

เป้ย ปานวาด
ก่อนหน้านี้ขึ้นชื่อว่าเป็นนางร้ายที่รับบทไหนก็ตีบทแตกจนกลายเป็นนางร้ายเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงไทยสำหรับ เป้ย ปานวาด

แต่เมื่อเธอตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์กับนายทหารเรือหนุ่ม ป๊อป นิธิ บุญยรัตกลิน จนมีลูกชาย น้องโปรด เป็นโซ่ทองคล้องใจ เธอก็ไม่ได้รับงานละคร รับเพียงงานอีเวนต์และหันมาทำธุรกิจ


แต่หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวว่า หนุ่มป๊อปนอกใจสาวเป้ย มีกิ๊กใหม่ และสาวเป้ยเองก็ได้โพสต์ข้อความปริศนาว่า “ถึงเวลาลุกขึ้นสู้ ลูกยังรออยู่”

ซึ่งสาวเป้ยก็ยอมรับว่าครอบครัวมีปัญหาจริง แต่เลือกที่จะให้อภัยและแก้ปัญหาด้วยกัน ซึ่งในเวลานั้นว่ากันว่าเป้ยจ้างนักสืบสะกดรอยตามสามีจนได้หลักฐานบางอย่าง และทำให้สามีกลับมาอีกครั้ง

ล่าสุดเป้ยก็ต้องเจอมรสุมชีวิตคู่อีกหน เมื่อเป้ยซึ่งกำลังท้องแก่ได้โพสต์ภาพข้อความไลน์แชตกับสาวปริศนาคนหนึ่งทำนองว่าสาวปริศนามายุ่งกับสามีทั้งที่ภรรยากำลังท้องอยู่

ซึ่งฝ่ายสาวปริศนาก็บอกว่าส่วนตัวตนชอบเป้ย และจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก งานนี้ชาวโซเชียลฯ เลยขุดกันใหญ่ว่าใครคือสาวปริศนาคนนั้น

หลังจากที่เกิดเรื่องทำให้เป้ยเครียดถึงขั้นเข้า รพ. เพราะท้องแข็ง แต่หลังจากนั้นเป้ยโชว์ความสตรองออกงานอีเวนต์ด้วย แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว

แอฟ ทักษอร
เป็นนางเอกหน้าหวานลุคเรียบร้อยที่เป็นสาวในฝันของหนุ่มๆ หลายคนสำหรับ แอฟ ทักษอร เมื่อครั้งยังเป็นนางเอกละครช่อง 3 ก็มีแฟนๆ ชื่นชมมากมาย

และเมื่อเจ้าตัวตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์กับนักธุรกิจหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ เจ้าตัวก็ตัดสินใจเบรกงานแสดงเพื่อไปดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งช่วยเหลืองานของสามี และรับงานอีเวนต์บ้างประปราย จนภายหลังทั้งคู่มีโซ่ทองคล้องใจอย่าง น้องปีใหม่ ชีวิตก็ดูจะราบรื่นมีความสุขดี

แต่พักหลังเมื่อมีคนสังเกตว่าเจ้าตัวไม่ค่อยได้โพสต์ภาพคู่กับสงกรานต์ ทั้งที่เมื่อก่อนโพสต์ค่อนข้างบ่อย แอฟจึงยอมรับว่าแยกกันอยู่เกือบ 1 ปีแล้ว

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ยอมรับว่ามีปัญหาหลายอย่าง ซึ่งในช่วงนั้นก็มีกระแสข่าวลือเรื่องมือที่ 3 ออกมาด้วย แต่สาวที่ถูกโยงเป็นมือที่ 3 ก็ได้ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่ใช่ตน

ด้านสงกรานต์ก็ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า ยังรักสาวแอฟและยังไม่อยากที่จะหย่า แต่เมื่อถามสาวแอฟว่ายังรักมั้ย เจ้าตัวตอบชัดเจนว่ามันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่บทสรุปของความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นยังไงต้องติดตามต่อไป

ตั๊กแตน ชลดา
เป็นนักร้องลูกทุ่งสาวที่มีเพลงฮิตติดหูหลายเพลงสำหรับ ตั๊กแตน ชลดา ที่แจ้งเกิดจากเพลงดัง อาทิ ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้, ขอจองในใจ, รอเป็นคนถัดไป, จิรักหรือจิหลอก, อยากเป็นคนรัก ไม่อยากเป็นชู้ ฯลฯ

ซึ่งเมื่อก่อนภาพของตั๊กแตนดูเป็นสาวหวานเรียบร้อย แต่พักหลังแฟนๆ ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นลุคความแซ่บของเธอจากการแต่งหน้าแต่งตัวที่เปลี่ยนไปและแนวเพลงที่ฉีกไปเป็นหมอลำ

และเมื่อเธอตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับนักร้องลูกทุ่งหนุ่ม เพชร สหรัตน์ หลังจากคบหาดูใจเพียง 6 เดือน ก็ทำเอาฮือฮาไม่น้อย


แต่เมื่อใช้ชีวิตคู่ได้เพียงแค่ปีเดียว ชีวิตคู่ระหว่างตั๊กแตนและเพชรต้องจบลง เมื่อตั๊กแตนแฉสามีตัวเองทำนองจับได้ว่า ฝ่ายชายนอกใจมีสาวอื่น

โดยเจ้าตัวโพสต์ไลน์ที่เพชรคุยกับสาวคนหนึ่งทำนองสองแง่สองง่าม และไลน์ที่ตั๊กแตนคุยกับเพชร พร้อมด้วยแคปชั่น “ฉันมีค่ามากพอค่ะ ถ้าจะต้องมาตบตีกับเมียน้อยเพื่อแย่งผู้ชายคนนึง ฉันไม่ทำค่ะ”

งานนี้เพชรรีบออกมาบอกว่า สาวที่ตั๊กแตนพูดถึงเป็นเพื่อนในกลุ่มเท่านั้น ก่อนที่จะเกิดดราม่าตามมาอีกยาวยืดจนผลสุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจหย่ากันไป

และเพชรได้เปิดตัวแฟนใหม่ในเวลาต่อมา ส่วนสาวตั๊กแตนก็ได้ออกซิงเกิลใหม่ “โคตรเลวในดวงใจ” เพลงเนื้อหาแรงที่ชาวเน็ตโยงไปว่าน่าจะหมายถึงรักครั้งเก่ากับเพชรนั่นเอง

วุ้นเส้น วิริฒิพา
ปิดท้ายที่นักแสดง-วีเจสาว วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่ขึ้นชื่อความสวยเซ็กซี่จนเป็นสาวในฝันของหนุ่มๆ หลายคน เรื่องความรักของเธอคนนี้ก็ฮอตไม่แพ้เรื่องงาน

แต่สุดท้ายเธอตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์กับพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม หลังจากคบหาดูใจเพียง 1 ปี

ซึ่งในระยะแรกความรักของทั้งคู่ดูจะสวีตหวานสุดๆ เพราะทั้งคู่ขยันโพสต์ภาพความหวานให้ได้เห็นกันบ่อยๆ และถึงแม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้กัน หนุ่มคริตก็พยายามจะหาเวลาให้วุ้นเส้นอยู่เสมอ


หลังจากแต่งงานมาได้พักใหญ่ก็มีกระแสข่าวว่าความรักของทั้งคู่เริ่มไม่หวานถึงขั้นแยกกันอยู่ ซึ่งวุ้นเส้นก็ออกมายอมรับว่าชีวิตคู่มีปัญหาถึงขั้นแยกกันอยู่จริงๆ

ส่วนเรื่องที่วุ้นเส้นไม่ยอมมีลูกนั้นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหา ซึ่งหลังจากที่เกิดปัญหาทั้งคู่พยายามปรับจูนเข้าหากัน แถมยังจัดทริปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์

แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องจบลงด้วยการหย่า ด้านชาคริตแฮปปี้กับชีวิตคู่กับภรรยาคนใหม่ แอน ภัททิรา และมีโซ่ทองคล้องใจคือน้องโพธิ์ ส่วนวุ้นเส้นก็สุขใจกับรักครั้งใหม่กับไฮโซหนุ่ม ณัย ประณัย พรประภา และทั้ง ชาคริต-วุ้นเส้น ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th

กุ๊บกิ๊บ แพลนแล้ว รอ “บี้” กลับไทย เตรียมมีลูกคนที่สอง เป็นเพื่อนเล่นให้ “เป่าเปา”

กุ๊บกิ๊บ ลูกสาวคนแรกอย่าง น้องเป่าเปา เริ่มโตขึ้นทุกวัน ล่าสุดคุณแม่อารมณ์ดี กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ ชี ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ได้วางแพลนเรื่องการมีลูกคนที่สองไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กุ๊บกิ๊บ รอแต่สามีหนุ่ม บี้-ธรรศภาคย์ ชี บินกลับไทยช่วงเดือนมกราคมเท่านั้น พร้อมบอกขอลองใช้วิธีธรรมชาติดูก่อน เพราะเชื่อว่าสามีอายุยังน้อยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

อัปเดตอาการที่เราไปผ่าตัดเนื้องอกที่หน้าอกหน่อย ?
“ตอนนี้เพิ่งไปตรวจมาล่าสุดก็โอเค ไม่ได้เป็นเนื้องอกร้ายแรงอะไร เป็นเนื้อดี อีกประมาณปีครึ่งต้องไปตรวจอีกทีว่ามีเพิ่มอีกไหม ที่เราผ่าออกไปแผลก็ไม่ใหญ่”

ตอนนั้นมันมีอาการยังไงบ้าง ?
“มันเจ็บค่ะ และเราคลำเจอก้อนเนื้อ เราก็กลัวเป็นมะเร็ง เพราะที่บ้านเราก็มีคนเป็นมะเร็งตรงหน้าอก เราเลยไปตรวจดู พอผ่าออกมาก็เป็นเนื้อประมาณ 3 ซม.”

หมอแนะนำยังไงบ้าง ?
“ก็ให้ดูแลตัวเอง คอยเช็กบ่อยๆ ถ้าเราชอบกินอะไรมันๆ ให้ลดลงหน่อย อย่างน้ำมะพร้าวก็ลดลงบ้างนิดหนึ่งเพราะเกี่ยวกับฮอร์โมน เราก็คอยตรวจดูสุขภาพเรา”

กังวลอะไรอีกไหม ?
“ตอนแรกกังวล เพราะเราจะมีลูกคนต่อไป เราเลยต้องจัดการให้เรียบร้อย แต่ตอนนี้ไม่กังวลอะไรแล้ว คุณหมอบอกมีลูกได้ตามปกติ อีกปีครึ่งค่อยเช็กอีกที ตอนนี้ไม่มีผลกับการมีลูกแล้ว”

พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อบี้ แม่กุ๊บกิ๊บ และลูกเป่าเปา

ลูกคนที่สองจะมีเมื่อไหร่ ?
“กะว่าต้นปีหน้าน่าจะเริ่มปล่อย สามีจะกลับมาประมาณเดือนมกราคม หวังว่าสามีจะอยู่ให้ถึงสักเดือนหนึ่งแล้วกัน ไม่รู้ว่าจะถึงไหม แน่ๆ ก็น่าจะได้อยู่ถึงตรุษจีน แต่เราล็อกวันให้เขาอยู่ไม่ได้ เพราะที่จีนเขาก็เซ็นสัญญาไว้ เราก็ตามคิวเขามากกว่า เราต้องจัดตาราง เราไปปรึกษาหมอมาแล้ว แต่เราจะลองวิธีธรรมชาติก่อนดูว่าอะไรยังไง”

ต้องส่งวันไข่ตกให้บี้ดูเลยไหม ?
“ไม่ต้องๆ สามีเรายังเด็ก เรากินเด็ก เราต้องมั่นใจในตัวเด็กเรา”

จะได้น้องตรุษจีนแน่นอน ?
“ก็ไม่รู้น้องตรุษจีนจะมา หรือจะแพลนไปเที่ยวกันสองคนที่เกาหลีช่วงมกราคม ไปสร้างน้องเมียงดง น้องกาโรซูกิล น้องฮับจอง น้องฮงแด (หัวเราะ) เป่าเปาบางทีก็อยากมี บางทีก็ไม่อยากมี จริงๆ นางอยากมีน้องผู้ชาย แต่เราได้หมด ถ้าผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ได้ ได้หมด ตอนแรกบี้ก็ไม่อยากมีเพราะกลัวจะไม่มีเวลาให้ลูก เพราะนางรู้สึกผิดที่ลูกเกิดมา 2 ปี เขายังอยู่กับลูกไม่ถึง 365 วันเลย นางรู้สึกผิดทุกครั้งที่ลูกมีพัฒนาการ แต่เขาก็มีความฝัน เราก็ให้เขาคว้าไว้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน ถ้ามีคนที่ 2 ณ ตอนนี้ก็คงต้องอยู่ที่นี่ก่อน ถ้าบี้ชัวร์แล้วค่อยมูฟไป ตอนนี้เราเพิ่งซื้อบ้านที่ไทย เราเลยอยู่ที่นี่ให้เปาเข้าโรงเรียนก่อน”

ตั้งใจไปอยู่โน่นเลย ?
“อาจจะไปๆ มาๆ เปาตอนนี้เรียนภาษาจีนที่บ้านอยู่ ต้นปีก็จะให้เข้าโรงเรียนอินเตอร์ เพราะจะฝึกภาษาเขา เพราะเรายังไม่รู้อนาคตที่แน่นอนว่าจะอยู่ไทยหรือเมืองนอก ก็ต้องศึกษาเขาไว้”

แต่งานนี้ไม่รู้ว่าบี้ จะต้องรีบเปลี่ยนเที่ยวบินกลับมาเร็วขึ้นหรือไม่ เพราะภาพล่าสุดที่กุ๊บกิ๊บออกงาน นางสวยฟาดมากๆ ซึ่งทุกคนชมเป็นเสียงเดียวกันว่าดั้งใหม่ตอนนี้เข้าที่แล้ว แม่เป่าเปาสวยสุดๆ ดูหน้าเปลี่ยนไปเลย ลุคเซ็กซี่สายฝอ

บวกกับอินเนอร์การถ่ายภาพ กับท่านั่งเรียกสามีกลับบ้านมาดูไฟ แต่ละช็อตแล้ว แม่ไม่ได้สวยธรรมดา หน้าจิกกล้องเซ็กซี่อีก ใครว่ามีลูกล้วผู้หญิงจะปล่อยตัว ไม่จริงอย่างกุ๊บกิ๊บ she สวยขึ้นมาก

กุ๊บกิ๊บ

กุ๊บกิ๊บ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com