ผนึก 9 องค์

ท่องเที่ยวลดเหลื่อมล้ำ ผนึก 9 องค์กรสมานฉันท์

ผนึก 9 องค์“โลกใบนี้เปรียบเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งและคนที่ไม่เคยเดินทางเลยก็เปรียบเหมือนคนที่อ่านหนังสือเพียงหน้าเดียว” @เซนต์ ออกัสติน

ผนึก 9 องค์“การท่องเที่ยวคือปริญญาที่ดีที่สุด และบางทีอาจจะมีราคาถูกที่สุดที่คุณซื้อได้” @ทอม เฟรสตัน…“เราท่องเที่ยว ไม่ใช่เพื่อหนีชีวิต แต่เพื่อให้ชีวิตไม่หนีเราไป” @นิรนาม

9 องค์กรจึงผนึกกำลังใช้ “ท่องเที่ยว” ลดความเหลื่อมล้ำ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ร่วมกับ 8 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ, จังหวัดยะลา, จังหวัดปัตตานี, จังหวัดนราธิวาส และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

โดยนำแผนยุทธศาสตร์ “การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน (CBT Thailand)” มาใช้ พุ่งเป้าพัฒนา…ชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายเพื่อพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่สามารถยกระดับความ “อยู่ดีมีสุข” คนในชุมชนได้ และเพื่อส่งเสริมให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคุณภาพ…เป็นที่ยอมรับในตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ

ให้เข้าใจตรงกันว่า…“การท่องเที่ยวโดยชุมชน” หรือ “CBT” แตกต่างจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือในหลายๆที่เรียกว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยเน้น “ชุมชน” เป็นศูนย์กลางในการทำงาน ส่วนท่องเที่ยวเชิงนิเวศเน้นธรรมชาติเป็นศูนย์กลาง ชุมชนเป็นเพียงองค์ประกอบ

โฮมสเตย์…ที่พักสัมผัสวิถีวัฒนธรรมชนบทก็มีความแตกต่างจาก CBT คือเน้นบ้านเป็นศูนย์กลาง แต่ CBT ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน มีการบริหารจัดการที่ชัดเจนในรูปองค์กรชุมชน

หัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม…สังคม…วัฒนธรรม กำหนดทิศทางโดยชุมชน…จัดการโดยชุมชนเพื่อชุมชน และ…ชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของสิทธิในการจัดการดูแล

เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้มาเยือน…ผ่านองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม, องค์กรชุมชน, การจัดการ, การเรียนรู้

ประเด็นสำคัญ…แต่ละชุมชนมีฐานทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีวีถีพึ่งพา…ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน บวกกับวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และเมื่อคนในชุมชนมีระบบสังคมที่เข้าใจกัน มีผู้มีความรู้ ปราชญ์ชุมชน…ที่มีทักษะในเรื่องต่างๆที่หลากหลาย

“ชุมชน”…รู้สึกเป็นเจ้าของ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ในแง่การจัดการก็มีกฎ…กติกา กลไกในการทำงานเพื่อจัดการการท่องเที่ยว เชื่อมโยง “การท่องเที่ยว” กับ “การพัฒนาชุมชน” โดยรวมได้

เกิดการกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรม…มีกองทุนเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของชุมชน ผสมผสานความเข้าใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรมที่แตกต่าง…มีระบบจัดการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ระหว่าง “ชาวบ้าน” กับ “ผู้มาเยือน” สร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันทั้งสองฝ่าย…ทั้งหมดเหล่านี้คือ “CBT”

ผนึก 9 องค์

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ อพท. บอกว่า วันนี้เราร่วมทำงานกับ 8 หน่วยงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้นแบบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานเอาไว้ 3 ปี

จุดเริ่มสำคัญในความร่วมมือครั้งนี้ เนื่องจาก พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เห็นผลสัมฤทธิ์ของ อพท. จากการนำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในพื้นที่พิเศษแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อาทิ พื้นที่จังหวัดน่าน พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง… เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด…และพื้นที่ฝั่งเมืองตราด

สามารถพิสูจน์ได้ว่า…การสอนให้ชุมชนใช้กลไกการจัดการการท่องเที่ยวนั้น นอกเหนือจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนแล้ว การทำท่องเที่ยวโดยชุมชนยังก่อให้เกิด ความสามัคคีปรองดอง ความสมานฉันท์ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้กับประชาชนได้อีกด้วย

“การจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จะต้องผ่านกระบวนการ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างการยอมรับ…ลดความขัดแย้ง…ความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ดังกล่าวมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

ลงลึกในรายละเอียดรูปแบบการทำงาน จะดำเนินงานใน 4 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมศึกษา…วิเคราะห์ศักยภาพการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน…กิจกรรมพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนและ…กิจกรรมสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวโดยชุมชนต้นแบบ

กลุ่มเป้าหมายที่จะนำเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสี่คือ ชุมชนท้องถิ่นในจังหวัด ยะลา ปัตตานี นราธิวาส…หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา นักวิชาการ

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือพัฒนา “ชุมชน” และ “พื้นที่” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โครงการนี้ จะนำไปสู่การ “บูรณาการ” การมีส่วนร่วม ระหว่างภาคส่วนต่างๆในพื้นที่

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างเป็นระบบ…สอดรับกับนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand)

พร้อมๆกับกลไกสำคัญคือการช่วยพัฒนาบุคลากรภาคส่วนต่างๆ ให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่น

สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยง “ชุมชนท้องถิ่น” สู่ “ตลาดการท่องเที่ยว” ทั้งในและต่างประเทศเป็นที่รู้จัก…ยอมรับของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวโดยชุมชนประเทศไทย

พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค ย้ำว่า หัวใจสำคัญคือ ทุกภาคส่วนจะช่วยกันถอดบทเรียน…ติดตามประเมินผลการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน จัดทำ…เผยแพร่องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการพัฒนา เพื่อประโยชน์ในการขยายผลการพัฒนาไปสู่ชุมชนอื่นๆ

พร้อมกันนี้ยังจะสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้นแบบให้สามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในระยะ 3 ปีของการดำเนินงาน

ตลอด 15 ปีของการดำเนินงาน “ชุมชนต้นแบบ” ที่ อพท.เข้าไปพัฒนามีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวโตถึง 38.5% ระดับความอยู่ดีมีสุขของชุมชนสูงถึง 86.36% ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสชุมชนมีความสุขมาก 79.17%

น่าสนใจว่า “มูลค่าเศรษฐศาสตร์” ของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้นมีมูลค่าสูงแตะ 4.4939 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

  • ตอกย้ำ “การท่องเที่ยว”…เป็นเครื่องมือในการสร้างความสุข สร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่ง ความหวังเพิ่ม “ดัชนีความ
  • สุข” ซึ่งเป็น “กำไร” ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเงิน…ให้กับทุกชุมชนได้ทั่วฟ้าเมืองไทย.

ขอขอบคูณ https://www.thairath.co.th/content/1360521

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *